แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Cakes แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Cakes แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2553

Chocolate cake with chocolate pudding frosting : เค้กช็อคโกแลตหน้านิ่ม

เย็นนี้จะไปเจอเด็กๆ ซึ่งเป็นน้องๆของเพื่อน
เห็นท่าทางเป็นเด็กกินง่าย เลยอยากเอาของติดไม้ติดมือไปฝาก
วันนี้ไม่ต้องซื้อส่วนผสมอะไรเพิ่มเลย
เพราะเป็นของที่มีอยู่ในบ้านอยู่แล้ว
ก็ขอเมนูง่ายๆแต่กินได้ทั้งครอบครัว
นั่นก็คือ เค้กช็อคโกแลตหน้านิ่ม
คือคล้ายๆจะเป็นเมนูบังคับที่ผู้ที่ชื่นชอบในการอบขนมต้องลองทำ
เพราะมันง่ายดีค่ะ แต่ก็ไม่มากนะ
เนื้อเค้กนุ่มมากกกกกกกกกกกกกกกกแต่ก็มีความริชของช็อคโกแลต (โกโก้)
แต่มาตกม้าตายตอนราดหน้าช็อคโกแลตนี่แหละ
ไม่เคยเนียนเลย เคยเนียนอยู่ครั้งนึงแต่คราวนั้นไม่อร่อย
เฮ้อ ขาดๆเกินๆ ต้องฝึกทำบ่อยๆมั้งถึงจะออกมาสวยงามแบบที่อยากได้

เค้กช็อคโกแลตหน้านิ่ม


ส่วนผสม แบ่งออกเป็น 3 ส่วน


ส่วนที่ 1
แป้งเค้กตราพัดโบก 80 กรัม
น้ำตาลทรายป่น 90 กรัม
ผงโกโก้ 25 กรัม
ผงฟู 1/4ช้อนชา
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
เบกกิ้ง 1/2 ช้อนชา


ส่วนที่ 2
ไข่แดง 2 ฟอง
น้ำเปล่า 50 กรัม
น้ำมันพืช 65 กรัม
นมข้นจืด 25 กรัม
น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
วนิลา 1 ช้อนชา


ส่วนที่ 3
ไข่ขาว 2 ฟอง
ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/4 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 45 กรัม

ส่วนผสมหน้าเค้กช็อคโกแลต
ก็แบ่งเป็น 3 ส่วนเช่นกัน
ส่วนที่1
น้ำเปล่า 300 กรัม
น้ำตาลทราย 200 กรัม
นมข้นจืด 200 กรัม
ผงโกโก้ 50 กรัม
ผงวุ้น 1 ช้อนชา

ส่วนที่ 2
แป้งข้าวโพด 40 กรัม
นมข้นจืด 150 กรัม
ใส่ถุงแกงแล้วมัดให้แน่น เขย่าๆให้แป้งละลาย

ส่วนที่ 3
เนยจืดหั่นเป็นชิ้นเล็ก 150 กรัม

วิธีทำเค้ก

1. วอร์มเตา 180 องศาเซลเซียส ไฟล่าง
แต่เตาเราไฟล่างอย่างเดียวไม่เวิร์ค ต้องเป็นบน-ล่าง
ไปดูที่ส่วนผสมแรกที่เป็นส่วนของแห้งกันก่อนนะคะ
หาชามผสมใบใหญ่แล้วนำส่วนผสมทั้งหมดร่อนเข้าด้วยกัน 2 ครั้ง
จากนั้นทำหลุมตรงกลางแบบภาพด้านบน


2. ไปดูที่ส่วนผสมที่2 เทใส่ถ้วยใบเล็กๆรวมกัน แล้วตีพอเข้ากัน
ไม่ต้องตีจนฟูแบบไข่เจียวนะ
จากนั้นเทใส่หลุมตรงกลางที่ทำไว้


3. อาศัยความเร็วค่ะช่วงนี้
เตรียมหาผ้ามาเช็ดบริเวณรอบๆเลย
ให้ใช้ตะกร้อมือคนอย่างเร็วและแรง ใช้เวลาสั้นๆแค่พอแป้งละลาย
มิฉะนั้นเนื้อเค้กจะเหนียว
อันนี้คือเคล็ดลับการทำเค้กชิฟฟอนนะคะ
จากนั้นวางพักไว้ เราไปดูไข่ขาวเพื่อมาผสมต่อ


4. ไปที่ส่วนผสมส่วนที่ 3 หาชามผสมใบกลางมาใส่ไข่ขาวและครีมออฟทาร์ทาร์
ให้ใช้ตะกร้อไฟฟ้า ตีด้วยสปีดสูง พอขึ้นฟองละเอียด
ให้ใส่น้ำตาลทรายลงไปทีละช้อน ค่อยๆทะยอยใส่จนหมด
ตีประมาณ 4 นาที ให้ตั้งยอดและตีต่ำ 1 นาทีเพื่อตัดฟองอากาศ
จากนั้นแบ่งเป็น 2 ส่วนมาตะล่อมให้เข้ากับส่วนของชามใหญ่
ตะล่อมเบาๆ มิฉะนั้นไข่ขาวจะยุบ ทำให้เค้กไม่ฟู
ตะล่อมให้เนื้อเข้ากันดีนะคะ เราใช้ตะกร้อมือก่อน และเก็บสุดท้ายด้วยพายยาง


5. เทใส่พิมพ์ที่มีกระดาษไขปูไว้
ยกขึ้นมาระดับอกแล้วกระแทกกับโต๊ะ 1 ครั้ง ให้ฟองอากาศขึ้นมา
จากนั้นนำเข้าเตาอบ
ไฟ 180 องศาเซลเซียส ไฟล่าง
อย่างที่บอกเราใช้ บน-ล่าง
เลยเอาฟอยล์มาคลุมหน้าแทน
อบนาน 27 นาที เตาของเรานะ แต่ปกติจะอยู่ราว 25-35 นาที
ต้องหมั่นเช็คด้วยไม้จิ้มฟันนะคะ
อย่าเอานานไปเค้กจะร่วน


6. ทิ้งเค้กไว้ในพิมพ์ประมาณ 5 นาทีให้อยู่ตัว
แล้วแซะออกจากพิมพ์ วางผึ่งบนตะแกรงให้หายร้อน
เราไปดูหน้าเค้กกันต่อ

วิธีทำหน้าเค้กราด


1. นำส่วนผสมหน้าเค้กส่วนที่ 1 มาผสมด้วยตะกร้อมือให้เข้ากันในหม้อ
จากนั้นนำไปตั้งไฟอ่อน คนๆเป็นระยะ รอจนเดือด



2. พอเดือดให้ลดไฟลงอีก ใส่ส่วนผสมที่ 2 ลงไป
ระหว่างนี้ต้องคนเรื่อยๆ น้ำจะข้นขึ้น
ข้นให้ส่วนผสมทั้งหมดเนียน


3.ใส่เนยตามไป คนจนละลาย แล้วปิดไฟ


4. เนื้อจะเนียนๆแบบนี้ แต่ข้นนะคะ ทิ้งไว้ให้อุ่น


5. กลับไปดูที่เค้ก คงหายเย็นแล้วให้สไลซ์ 2 ชั้น
และราดหน้าเค้กลงไปชั้นแรกพอเซ็ทตัวแล้ว
ค่อยเอาเค้กชั้นบนมาโปะ แล้วราดหน้าช็อคฯที่เหลือตรงกลางเค้ก
โดยยกหม้อขึ้นสูงๆ ให้หน้าเค้กไหลทั่วเค้ก
จากนั้นนำไปแช่เย็นให้หน้าเค้กเซ็ทตัว
ประมาณ 30 นาที
แล้วค่อยนำมาตัดแบ่งค่ะ


วันพฤหัสบดีที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2553

Filipino yellow sponge cake AKA "Mamon": เค้กมาม่อน

วันนี้เอาขนมที่เขาว่ากันว่ามีที่มาจากประเทศฟิลิปปินส์
ซึ่งได้รับความนิยมในบ้านเรา คือบ้านเรานี่เอามาหมดนะจริงๆแล้ว
เมืองไทยมีทุกอย่างจริงอะไรจริง
บ้านเราเรียกขนมนี้ว่า มาม่อนเค้ก หรือ เค้กมาม่อน
ขายเป็นกล่อง มี 4 ชิ้น ราคาตกที่ 35 บาท
ตอนแรกที่ยังไม่เคยทำ ก็ลองซื้อมาชิมก่อน
มีให้เลือกหลายอย่าง เช่น มาม่อนลูกชิด ลูกเกด ฝอยทอง ฯลฯ
หลังจากนั้นก็หาสูตรลองทำเอง ทำครั้งแรกก็รสชาติอร่อย นุ่มลิ้น ติดใจค่ะ
แต่คราวนั้นไม่ได้ถ่ายรูปเป็น instruction ไว้เหมือนคราวนี้
และอีกอย่างคราวแรกหน้ายุบ ไม่ฟอร์มตัวเหมือนทำคราวนี้
อาจจะเป็นเพราะคราวแรกตีไข่ขาวไม่ได้ที่ เท่าที่ควรจะเป็น
เอาละ เรามาดูกันว่าเราต้องเตรียมอะไรบ้าง
ใกล้เคียงขนมไข่บ้านเราทีเดียวเชียว

MAMON - FILIPINO YELLOW SPONGE CAKE


สูตรคุณจุ๋ม แม่สลิ่ม
ส่วนผสม
แป้งเค้กตราพัดโบก 100 กรัม
ผงฟู 1/2 ช้อนชา
น้ำตาลทรายป่น 100 กรัม
ไข่ขาว 3 ฟอง
ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/2 ช้อนชา
ไข่แดง 3 ฟอง
น้ำมัน 1/4 ถ้วย
วนิลา 1 ช้อนชา
เกลือ 1 หยิบนิ้ว

โรยหน้า
เชดดาร์ชีสขูด


วิธีทำ

1. ร่อนแป้งเค้ก+ผงฟูเข้าด้วยกัน 2 รอบ

2. วอร์มเตา 180 องศาเซลเซียส ไฟบน-ล่าง

3. เอาไข่ขาวใส่ชามไร้มันไร้คราบ เหยาะครีมออฟทาร์ทาร์ลงไป
ตีด้วยความเร็วปานกลาง พอฟองหยาบๆเกือบละเอียดให้ใส่น้ำตาลทรายป่นทีละช้อนลงไป
พร้อมปรับเป็นสปีดสูง ทะยอยใส่น้ำตาลจนกว่าจะหมด ตีประมาณ 5 นาที
จนไข่ขาวตั้งยอดแบบ Firm Peak คือไม่อ่อนและไม่แข็งจนเกินไป เป็นเงา



4. เอาไข่แดง + น้ำมันพืช + วนิลา และเกลือ ตีพอเข้ากันใส่ในแก้ว


5. กลับมาที่ชามไข่ขาวต่อ เปิดตะกร้อไฟฟ้าอีกครั้ง สปีดสูง
เทส่วนผสมไข่แดงข้างน เป็นสาย ตีประมาณ 1 นาทีให้เข้ากัน
หยุดเครื่อง ปาดอ่าง ถ้ามีไข่แดงหรือน้ำมันนอนก้นให้ตีเพิ่มจนเข้ากัน


6. ปรับสปีดต่ำตีต่อ 1 นาทีเพื่อตัดฟองอากาศ
เนื้อแบทเทอร์ที่ได้ออกมาจะมีลักษณะแบบภาพด้านบน คือไม่เหลวและไม่ข้นจนเกินไป


7. ปาดอ่าง จากนั้น ให้เอาส่วนผสมของแห้งในข้อ 1 ที่ร่อนแล้ว
แบ่งเป็น 3 ส่วน ทะยอยใส่ครั้งละส่วน แล้วตะล่อมด้วยตะกร้อมือให้เข้ากัน
ให้แป้งละลาย แล้วทำจนกว่าแป้งจะหมด

8. เนื้อแบทเอทร์ก็ไม่ต่างจากตอนยังไม่ใส่แป้งมากนัก แต่จะข้นนิดหน่อย
ตักใส่พิมพ์ เอาเข้าเตา 180 องศาเซลเซียส ไฟบน-ล่าง
นาน 11-15 นาที เราใช้เวลาประมาณ 12 นาที กำลังดี


9. ไม้จิ้มฟันเช็คตรงกลางแล้ว ไม่มีเศษเค้กติดออกมา ทิ้งในเตาอีกซัก 1 นาที
กันหน้ายุบ แล้วเอาออกมาวางทิ้งไว้ 2 นาทียังไม่ต้องเอาออกจากพิมพ์


10. จากนั้น เอาออกจากพิมพ์ วางผึ่งบนตะแกรง


11. เราจะโรยหน้าด้วยชีส ใช้เชดดาร์เอามาขูดเอง


12. โรยหน้าให้สวยงาม น่าทาน .. มั้ย


13. เนื้อนุ่มมาก ละลายหายไปเลยในปาก
สูตรนี้ทำได้ 11-12 ถ้วยนะคะ
ใครที่อยากใส่ออพชั่นอื่นๆเพิ่มเช่น ลูกชิด ลูกเกด ก็ให้ใส่ตอนที่เทแบทเทอร์ใส่พิมพ์
เอาเข้าอบพร้อมกัน ก็อร่อยไปอีกแบบ
หรือจะเอาพวกแยมส้ม แยมผลไม้ ฝอยทอง มาทาหรือโรยหน้าแทนชีสก็ได้ค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2553

Chocolate cupcake with Nutella-Hazelnut filling: คัพเค้กช็อคโกแลตสอดไส้นูเตลล่ากับถั่วเฮเซลนัท

เมื่อวานเพื่อนจัดปาร์ตี้วันเกิด
เราก็อยากทำอะไรเล็กๆน้อยๆไปให้
แต่ก็มีเวลาเตรียมตัวไม่มาก
แล้วงานจัดในผับ ถ้าเอาเค้กไปให้ก็คิดว่าคงต้องหามีด หาจาน หาช้อน
ก็เลยคิดว่าทำในรูปแบบคัพเค้กดีกว่าเพราะทานสะดวกดี
และก็จริง เพราะเพื่อนดิฉันใช้มือหยิบเลยค่ะ ฮามาก
พูดถึงคัพเค้กนั้นก็มีอยู่หลายสูตร
ไม่รู้จะเอาสูตรไหนเลย
วันนี้ขอเป็นสูตรนุ่มๆชุ่มๆรสช็อคโกแลตแล้วกัน
โดยองค์ประกอบของคัพเค้กตัวนี้เราลองคิดขึ้นมาเอง
เพราะคิดว่าเพื่อนน่าจะชอบ
คือ ตัวเค้กเป็นช็อคโกแลต ฟรอสติ้งเป็นคาราเมลบัตเตอร์ครีม
 และสอดไส้นูเตลล่าและถั่วเฮเซลนัท
ให้มีความรู้สึกไม่ใช่แค่ทานเนื้อเค้กอย่างเดียว สรุปแล้วลงตัวมากเลย

Chocolate cupcake and Caramel Butter Cream
with Nutella-Hazelnut filling
(6 cups)


ส่วนผสมตัวเค้ก (สูตร tiny bakery)
แป้งเค้ก 3/4 ถ้วย
ผงฟู 1/2 ช้อนชา
เบกกิ้งโซดา 1/4 ช้อนชา
เกลือ 1/8 ช้อนชา
ผงโกโก้ 1/2 ถ้วย
เนยจืดอุณหภูมิห้อง 56 กรัม
น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
ไข่ไก่เบอร์ศูนย์ 2 ฟอง
นมสดรสจืด 1/2 ถ้วย
วนิลา 1 ช้อนชา

ส่วนผสมคาราเมลบัตเตอร์ครีม
เนยขาวอุณหภูมิห้อง 34 กรัม
เนยจืดอุณหภูมิห้อง 56 กรัม
น้ำตาลทราย 75 กรัม
นมข้นจืด 16 กรัม
น้ำ 22 กรัม
คาราเมล (น้ำตาล 34 กรัม, เนย 1 ช้อนโต๊ะ ,วิปปิ้งครีม 1/4 ถ้วย)

ส่วนผสมไส้ตรงกลาง
นูเตลล่า 2 ช้อนโต๊ะ
ถั่วเฮเซลนัทอบกรอบสับหยาบ
 ปริมาณตามชอบหรือจะเป็นอัลมอนด์ เม็ดมะม่วงฯ etc.

วิธีทำตัวเค้ก


1. ทิ้งทุกสิ่งไว้ที่อุณหภูมิห้อง ร่อนแป้งเค้ก+ผงฟู+เบกกิ้งโซดา+เกลือ+ผงโกโก้ 2 ครั้ง
จะเรียกส่วนนี้ว่าของแห้ง

2. วอร์มเตา 180 องศาเซลเซียส ไฟบนล่าง


3. ตีเนยจนขึ้นฟูด้วยตะกร้อไฟฟ้าสปีดกลาง
ซักพักใส่น้ำตาลทีละช้อนลงไป ตีประมาณ 3-5 นาที
ให้เนยมีสีอ่อนลงและขึ้นฟูแบบรูปข้างบน


4. จากนั้นหยุดเครื่อง ปาดอ่าง ตีสปีดกลางต่อ ใส่ไข่ลงไปตีทีละฟอง
พอใส่ครบแล้ว หยุด ปาดอ่าง ให้ส่วนผสมเข้ากัน


5. ต่อไปจดดีๆนะคะ แบ่งส่วนผสมของแห้งในข้อ 1 เป็น 3 ส่วนเท่าๆกัน
และแบ่งนมใส่วนิลาเป็น 2 ส่วนเท่ากัน
วิธีคือ ใส่ แป้ง - นม - แป้ง - นม - แป้ง
ขั้นแรกใส่แป้งลงไปใช้พายยางตะล่อมให้เข้ากัน มันจะไม่ค่อยละลายมากนักไม่เป็นไร
ให้ใส่นมตาม มันจะช่วยละลายของแห้ง ตะล่อมๆ ทำซ้ำตามวิธีด้านบนจนครบ


6. แบทเทอร์ก็จะได้ประมาณนี้ ริชช็อคโกแลตมาก


7. ตักใส่ถ้วย เข้าอบ 15-20นาที อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส
พอครบ 20 นาทีก็เอาออกมาเลย ลองเช็คตัวเค้กดูด้วยไม้จิ้มฟัน
วิธีทำคาราเมลบัตเตอร์ครีม

วิธีทำคาราเมลบัตเตอร์ครีม
ส่วนนี้ไม่ได้ถ่ายภาพเลยเพราะรีบมาก กลัวทำไม่ทัน
จริงๆมันจะแบ่งเป็น 2 ส่วนนะ คือ คาราเมลกับบัตเตอร์ครีม
วิธีทำคาราเมลง่ายๆ คลิกที่นี่ อยู่ในสูตรบานอฟฟี่ค่ะ
วิธีทำบัตเตอร์ครีม คลิกที่นี่ เลื่อนไปช่วงล่างๆนะคะจะมีเขียนไว้
 แต่สูตรนี้ใช้น้ำเปล่าแทนน้ำมะพราว

พอได้ทั้ง 2 อย่างแล้ว ให้เอาคาราเมลมาคลุกกับบัตเตอร์ครีมให้เข้ากัน ก็จบแล้ว
ต่อไปกลับที่คัพเค้ก

วิธีสอดไส้นูเตลล่าและถั่วเฮเซลนัท

1. เจาะรูตรงกลางเค้ก เราใช้มีดเล็กตัด



2. บีบนูเตลล่าไปครึ่งนึง ยัดถั่วเฮเซลนัทที่สับหยาบไปตรงกลาง
และบีบนูเตลล่าปิด ตกแต่งด้วยฟรอสติ้งคาราเมลบัตเตอร์ครีมตามใจชอบเลยค่ะ




ให้เจ้าของวันเกิด

วันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2553

Horlicks Cake: เค้กฮอร์ลิคส์

หลังๆมานี้ติดใจการทำเค้กมาก
ทั้งๆที่เมื่อก่อนกลัวมากเพราะตอนแรกที่ยังไม่สนิทกับเตา เค้กไหม้บ้าง ไม่สุกบ้าง
แต่พอหลังๆเริ่มใจเย็น ก็ปรากฎออกมาใช้ได้ หลังจากนั้นก็อย่างที่เห็นแหละค่ะ
ส่วนใหญ่รสชาติที่ทำก็คือรสชาติที่อยากกินเอง บางรสก็ไม่เคยลอง
อย่างเช่นเค้กในวันนี้ เค้กฮอร์ลิคส์ ทำมาจากมอลท์ยี่ห้อฮอร์ลิคส์นั่นเอง
ได้ดื่มฮอร์ลิคส์ครั้งแรกที่ Coffee Beans แล้วชอบมาก มันก็คือมอลท์นั่นแหละแต่
กลมกล่อมมากๆ หวานๆมันๆ แต่คิดว่ากินมากก็คงอ้วนนะ
เครื่องดื่มรสมอลท์นั้นมีสรรพคุณช่วยให้นอนหลับได้ดี
ประมาณว่าอิ่มท้องก็หลับปุ๋ย ดูที่ขวดข้างล่างได้ เป็นรูปพระจันทร์หลับ
สูตรคราวนี้ดัดแปลงมาจากสูตรเค้กชาไทย แต่เปลี่ยนจากชา เป็น ฮอร์ลิคส์ แทนเก๋ๆ
ที่กูร์เม่ต์ลดราคา เราเลยสอยขวดเล็กมา จาก 190 เหลือ 160 บาท


เค้กฮอร์ลิคส์
ส่วนผสม
แป้งเค้ก 100 กรัม
ผงฟู 1 ช้อนชา
เกลือ 1/4 ช้อนชา
น้ำตาล 80 กรัม
น้ำ 40 กรัม
นมข้นจืด 40 กรัม
ฮอร์ลิคส์ 1+1/2 ช้อนโต๊ะ
ไข่ไก่เบอร์ศูนย์ 3 ฟอง
เนยจืดละลาย 80 กรัม

วิธีทำ
1. ตัดกระดาษไขปูพิมพ์เค้ก ไม่ต้องทาไขมัน
ร่อนแป้ง+ผงฟู+เกลือเข้าด้วยกัน 2 ครั้ง
วอร์มเตาที่ 175 องศาเซลเซียส ไฟบน-ล่างนะคะ

2. เอาน้ำกับนมข้นจืดผสมกันใส่ชามที่นำเข้าไมโครเวฟได้ เพื่อเอาไปอุ่นให้ร้อน
จากนั้นเอาออกมา ละลายฮอร์ลิคส์ลงไป คนให้เข้ากัน ทิ้งไว้ให้เย็น

3. หยิบอ่างผสมใบใหญ่ออกมา ตอกไข่ ใส่น้ำตาล และฮอร์ลิคที่ชงเมื่อกี๊
เอาเอสพีป้ายที่หัวตะกร้อ


4. ตีด้วยความเร็วสูงสุด 5 นาที หรือตีเพิ่มจนข้น


5. หยุดเครื่อง ใส่แป้ง ตีด้วยความเร็วต่ำสุด 1 นาที ปาดอ่างไปด้วย
จากนั้นเปลี่ยนเป็นความเร็วสูงสุดต่ออีก 6 นาที ปาดดดดดดดด
ลดความเร็วต่ำสุดอีก 1 นาที เทเนยละลายใส่ ตีอีก 2 นาที
เปลี่ยนเป็นความเร็วสูงอีก 20 วินาที
(ถอดเป็นสูตร ได้ดังนี้ : สูง 5 ใส่แป้ง ต่ำ 1 - สูง 6 - ต่ำ 1 - ใส่เนย - สูง 20 วิ)


6. เนื้อแบทเทอร์จะออกข้น ไม่เหลวนะคะ


7. เทใส่พิมพ์ 3 ปอนด์ เอาเข้าอบ 175 องศาเซลเซียส ไฟบน-ล่าง นาน 30 นาที


8. ใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มเค้กเช็คเนื้อเค้กว่าสุกหรือยัง สุกแล้ว ถอดจากพิมพ์
วางบนตะแกรง ผึ่งไว้
เราจะหันไปทำหน้าเค้กกันค่ะ


หน้าเค้กฮอร์ลิคส์
ส่วนผสม
ในหม้อใบแรก
- นมสด 250 กรัม
- วิปปิ้งครีม 150 กรัม
- นมข้นจืด 100 กรัม
- น้ำตาล 100 กรัม
- ผงวุ้น 1 ช้อนชา
- ฮอร์ลิคส์ 3 ช้อนโต๊ะ

ชามเล็ก
- แป้งข้าวโพด 45 กรัม
- นมตราหมีโกลด์รสมอลท์ 150 กรัม

ใส่ทีหลัง
- เนยจืดหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 100 กรัม


วิธีทำ
1.นำส่วนผสมของหม้อใบแรก เทรวมกันให้หมด คนให้เข้ากันด้วยตะกร้อมือ
เอาตั้งไฟอ่อน จนเดือด


2. ส่วนผสมในชามใบเล็กคนให้แป้งขาวโพดละลาย จากนั้นเทใส่หม้อ
คนให้เข้ากัน คนไปเรื่อยๆจนครีมข้น จะรู้สึกหนักๆมือ เป็นรอยรูปตะกร้อ
รีบยกลงจากเตา


3. เอาเนยหั่น เทใส่ลงไป คนให้เนยละลายให้หมด


วิธีประกอบร่างเค้ก
1. สไลซ์เค้ก 2-3 ชั้น แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลนะคะ



2. ยกหม้อที่มีครีมเทตรงจุดศูนย์กลางของเค้ก
ครีมจะไหลไปทั่วๆขอบ ถ้าราดได้จังหวะดี เราไม่ต้องมานั่งตกแต่งขอบเลย
จากนั้นเอาไปแช่ตู้เย็นอย่างน้อย 1 ชั่วโมง
ให้ครีมเซ็ทตัว และนำออกมาตัด ทานคู่กับฮอร์ลิคส์เย็นก็หอม หวาน มันชื่นใจดีค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2553

Cheesecake ชีสเค้ก (ง่ายมาก)

เมื่ออาทิตย์ก่อนเพิ่งมีโอกาสไปร้านบิ๊กที่สยามเป็นครั้งแรก
ตื่นตาตื่นใจกับอุปกรณ์ทำขนมมาก มีให้เลือกเยอะและราคาไม่แพงเว่อร์ด้วย
อุปกรณ์อันนึงที่ได้ซื้อมาคือ Springform pan คือพิมพ์เค้กแบบถอดก้นได้นั่นเอง
ตอนแรกคิดว่าจะแพงแบบในห้าง จริงๆแล้วแค่ 140 เองขนาด 3 ปอนด์
ได้พิมพ์เค้กตัวนี้แล้วก็มาทำชีสเค้กเลย เพราะอยากกินมาก
สำหรับสูตร เห็นว่าส่วนใหญ่จะมีแป้งเป็นส่วนผสม แต่ไปเจอสูตรของคุณวรรณ
ที่มีชีสเต็มๆ เลยลองทำออกมาดู ปรากฏหลายๆคนให้ความเห็นว่าอร่อย
สูตรนี้เขาดีจริงๆ ใครที่ยังไม่มีสูตรชีสเค้ก ขอการันตีสูตรนี้เลยค่ะ


Cheesecake

1. ส่วนฐาน
โอรีโอ้(เอาครีมออก) 150 กรัม
เนยจืดละลาย 60 กรัม

2. ส่วนตัวเค้ก
ครีมชีส 500 กรัม
น้ำตาลทราย 120 กรัม
น้ำมะนาว 1+1/2 ช้อนโต๊ะ
ไข่ไก่เบอร์ศูนย์ 2 ฟอง
วนิลา 1/2 ช้อนชา

3. ส่วนท๊อปปิ้ง
บลูเบอร์รี่หรือเชอร์รี่กระป๋อง

วิธีทำ

1. บดโอรีโอ้ให้ละเอียดจนร่วน
แต่ละคนก็จะมีวิธีบดต่างกันไป เราเอาใช่ชามสเตนเลสแล้วใช้ครกตำ
บางคนก็เอาใส่ถุงซิปล็อคแล้วใช้ไม้นวดขนมปังทุบ แล้วแต่ความถนัดค่ะ


2. เอาเนยจืดไปละลายในไมโครเวฟ ไฟแรง นาน 1 นาที
เอาออกมาคนๆ


3. เอาเนยคลุกโอรีโอ้ป่นให้ทั่ว ลักษณะเนื้อที่ได้จะเป็นคล้ายๆทรายเปียก
จากนั่นกรุใส่พิมพ์ เรากรุใส่สปริงฟอร์มที่ห่อด้วยกระดาษฟอยล์เพราะ
กันส่วนผสมไหลออกมา  กรุเสร็จเอาไปชิลล์ในตู้เย็น
วอร์มเตาอบ 165 องศาเซลเซียส ไฟบน-ล่างด้วยนะคะ


4. เรามาดูส่วนเค้ก หั่นครีมชีสออกเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็กๆ
ทิ้งไว้ให้อ่อนตัวที่อุณหภูมิห้อง ควรจะให้นิ่มเพราะง่ายต่อการตีให้เนียน


5. เอาน้ำตาลทรายเทลงไปในครีมชีส
จากนั้นตีด้วยความเร็วปานกลางให้ครีมชีสหายเป็นเม็ดๆ
จนน้ำตาลละลาย ลองเอานิ้วจิ้มดูด 55 แค่นี้ก็อร่อยแล้ว


6. อันนี้คือภาพที่ตีจนเนียน ครีมชีสไม่เป็นเม็ด


7.จากนั้นตีต่อด้วยความเร็วปานกลางเหมือนเดิมใส่ไข่ลงไปทีละฟอง ตีให้เข้ากัน
หมั่นปาดอ่างด้วย ใส่น้ำมะนาวลงไป ตามด้วยวนิลา


8. พอเห็นว่าครีมเนียนแล้วก็หยุดเครื่อง


9. เทใส่พิมพ์ที่เมื่อกี้เราเอาไปชิลล์ในตู้เย็น


9. ต้องขอบอกว่าชีสเค้กสูตรนี้ง่ายมากและไม่ซับซ้อน แต่ต้องมาดูแลดีๆ
ตอนเข้าอบ เพราะเตาแต่ละคนไม่เหมือนกัน นิสัยก็จะต่างกันไป
เตาเราเป็นขนาดเล็ก (SV2024) ไฟบนล่าง หน้าเค้กจะไหม้เร็ว
ดังนี้เราเลยเอาฟอยล์คลุมหน้าไว้ กันหน้าเค้กแตกไม่สวยงาม
และเอาถาดรองน้ำ ใส่ไป1/4 ของถาดและวางพิมพ์
เพื่อไม่ให้เค้กไหม้เร็ว
นำเข้าเตาไฟ 165 องศาฯ นาน 1ชั่วโมง 15 นาที ไฟบน-ล่าง
เราเอาฟอยลืออกตอนประมาณ 50 นาทีผ่านไป
เพราะไม่งั้นหน้าก็จะไม่ค่อยแห้ง


10. พอครบเวลา ปิดเตาและแง้มฝาเตาปล่อยเค้กทิ้งไว้เหมือนเดิม 2-3ชั่วโมง
จากนั้นก็นำไปแช่เย็น 3 ชั่วโมงขึ้นไปในตู้เย็น
เวลาจะนำมาทานก็ราดด้วยผลไม้กระป๋อง เราราดเชอร์รี่อร่อยดี เปรี้ยวๆหวานๆ
แต่บางคนก็ชอบกินแบบเพียวๆ ก็อร่อยอีกแบบค่ะ