แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Desserts แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Desserts แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553

Martha's Blueberry Muffin: มัฟฟินบลูเบอร์รี่สูตรป้ามาร์ธา

กลับมาโหมดขนมเหมือนเช่นเคยนะคะ
หายไปเสร่อทำ macarons มาแต่ไม่ดูอากาศบ้านเมืองว่าทั้งชื้นทั้งฝน
เลยออกมาเป็นที่ไม่น่าพอใจเท่าที่ควร
ที่ทำเพราะว่ามีไข่ขาวเก่าประมาณ 4 ฟองได้แล้วเสียดายไม่อยากทิ้ง
เดี๋ยวรออากาศปลอดโปร่งกว่านี้จะกลับมาทำโปรเจคท์นี้ใหม่

ช่วงนี้เห็น Tops ลดราคาบลูเบอร์รี่ จากกล่องละ 189 เหลือ 99 บาท
เลยสอยมาหนึ่งกล่อง ก็แช่ไว้ 3 วันไม่ได้เอามาทำไรเลย
เห็นบลูเบอร์รี่ก็นึกถึงมัฟฟินบลูเบอร์รี่ของ Starbucks นะเพราะของเขาอร่อยใช้ได้
แต่ก็ไม่รู้หรอกว่าทำแล้ว มันจะออกมาเหมือนของ Starbucks หรือไม่
เรามาดูกัน
สูตรได้มาจากป้ามาร์ธา เพราะดูน่าเชื่อถือได้ 100% อยู่แล้ว
คิดว่าถ้าไม่เหมือน ก็คงทานได้จริงมิ

Blueberry Muffin


ส่วนผสม


เนยจืดอุณหภูมิห้อง 56 กรัม
น้ำตาล 1/2 ถ้วย
แป้งสาลีอเนกประสงค์  1 ถ้วย
ผงฟู 1 ช้อนชา
เกลือ 1/4 ช้อนชา
ไข่ไก่เบอร์ศูนย์ 1 ฟอง
วนิลา 1 ช้อนชา
นมสดรสจืด 1/4 ถ้วย
บลูเบอร์รี่สด 1 ถ้วย

*เราเอามาทำแค่ครึ่งสูตร ทำได้ประมาณ 6 ถ้วย
สูตรจริงๆต้องดับเบิ้ลนะคะ ได้ 12 ถ้วย


วิธีทำ

1. ร่อนแป้ง+ผงฟู+เกลือเข้าด้วยกัน 2 รอบ

2. วอร์มเตา 185 องศาเซลเซียส

3. เอาเนยที่หั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าใส่ชาม ตีสปีดกลาง
แล้วทยอยใส่น้ำตาลทรายลงไป ตี 3 นาทีจนขึ้นผู และสีอ่อนลง
คอยปาดอ่างเป็นระยะๆ
ตีเสร็จแล้ว น้ำตาลอาจจะไม่ละลายหมดแต่ไม่เป็นไรค่ะ


4. ตีต่อด้วยสปีดกลางเช่นเคย
ค่อยๆเทไข่ที่ผสมวนิลาลงไป ถ้าทำเต็มสูตรก็ค่อยเทละครั้งละฟองนะคะ
ตีพอเข้ากัน อย่าตีนาน ปิดเครื่อง


5. .ใส่แป้ง ตีด้วยความเร็วสูงแค่พอเข้ากัน แป๊ปเดียว อย่าตีนาน


6. ใส่นมตามลงไป ตีแค่ให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน หยุดเครื่อง


7.เทบลูเบอร์รี่ลงไปในแบทเทอร์ ตะล่อมให้พอเข้ากัน


8. เรียงใส่พิมพ์ เทลงในถ้วยกระดาษประมาณ 1/2 ของถ้วย
โรยหน้าด้วยน้ำตาลเม็ดใหญ่


9. นำเข้าอบ 185 องศาเซลเซียส ประมาณ 20-30 นาที
ของเราสุกดีและหน้ามัฟฟินเป็นสีน้ำตาลทองประมาณนาทีที่ 20



10. เอาออกมาจากพิมพ์ วางบนตะแกรงให้หายร้อน ประมาณ 10 นาที


สรุปผลออกมาว่าเนื้อยังไม่ moist เท่าของ Starbucks แต่ข้างในนุ่มโอเค
รสเปรี้ยวของบลูเบอร์รี่และความหวานของแป้งตัดกันดี
จะไปทำการศึกษาต่อ ถ้าได้สูตรตามที่ต้องการแล้วจะมาแชร์ใหม่นะคะ

วันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2553

Lemon Bar*: บาร์เลมอนเปรี้ยวจี๊ดจ๊าด

ขอบอกว่าตั้งแต่อบขนมมา
เมนูเป็นเมนูที่โดนนนนนนนใจวัยรุ่น(ตอนปลาย)อย่างเรามากสุดแล้ว
เพราะมันกินได้เรื่อยๆ ทั้งหนุบหนับ กรอบๆ เปรี้ยว หวาน ไม่เลี่ยน
อร่อยชิ้นเดียวไม่เคยพอ
พวกฝรั่งเขามักจะทำของหวานนี้ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสนะคะเท่าที่ทราบมา
คือเคยลองทำ 2 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2
ครั้งแรกแบบว่าได้สูตรมาจากคนหนึ่ง คือเวลาเอาสูตรมาจากเขา
เราไม่เคยทำได้สำเร็จเลย ทั้งๆที่เขาก็ทำออกมาหน้าตาสวยงามเก๋ไก๋สไลเดอร์
จะว่าเราทำไม่ได้ก็ไม่ใช่ ถ้าไม่งั้นคงทำครั้งนี้ไม่สำเร็จแน่ๆ
แต่ส่วนตัวคิดว่าน่าจะเป็นสูตรเขาไม่ค่อยละเอียดมั้ง แบบว่าโปรฯแล้วอธิบายตามตัวเองเข้าใจ
เพราะว่าก่อนหน้านี้ก็ทำเค้กตามสูตรเขา แต่เละค่ะ เราก็เลยว่าจะตัดใจละ
เอาจากคนที่เขาอธิบายได้ละเอียดดีกว่า ส่วนของเขาเราก็นั่งดูรูปสวยๆไป
และด้วยเหตุนี้เลย inspire ให้เราอยากเขียน blog ละเอียดขึ้นกว่าเดิม
คือที่ผ่านมาก็ค่อนข้างละเอียดนะคะ ไม่ต้องกลัว การันตีทำตามได้แน่นอน
เราไม่กั๊กอะ ไม่รู้จะกั๊กไปทำไม อย่างที่บอก คนที่เขาตั้งใจจะทำแล้วเขาทำไม่ได้
เสียเวลา เสียแรงและเสียวัตถุดิบไปเปล่าๆ
เอาละ เรามาดูดีกว่าว่าวันนี้จะทำอะไรทานเล่น

Lemon Bar
สูตรจาก Joy of Baking ปรับนิดหน่อย
ใช้ถาดขนาด 8x8"

ส่วนผสมเราจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนฐาน กับ ส่วนหน้า

ส่วนผสมของฐาน
แป้งสาลีตราว่าว 140 กรัม
น้ำตาลทรายป่น 25 กรัม
เนยจืดอุณหภูมิห้อง 110 กรัม
เกลือ 1 หยิบมือ

ส่วนผสมของหน้า
น้ำเลมอนคั้นสด 90 กรัม
น้ำตาลทราย 150 กรัม
ไข่ไก่เบอร์หนึ่ง 2 ฟอง
แป้งสาลีตราว่าว 2 ช้อนโต๊ะ
ไอซิ่ง ไว้โรยหน้า (ไม่เอาผักชีนะ)
วิธีทำ

1. หั่นเนยจืดเป็นลูกเต๋าเล็กๆ ใส่ชามทิ้งไว้ตามอุณหภูมิห้อง ในเนยนิ่ม
แต่อย่าให้เนยละลายเหลวนะคะ
วอร์มเตาไฟบนล่าง 175 องศาเซลเซียส

2. กลับมาที่ชามนะคะ หวังว่าเนยคงนิ่มแล้ว จากนั้นก็เอาน้ำตาลทรายป่นใส่ตาม


3. ตีด้วยความเร็วปานกลาง จนเนยขึ้นฟู สีอ่อนลง เนื้อเป็นครีมอย่างรูปข้างล่าง
ตีประมาณ 2-3 นาที


4. เอาแป้งสาลีที่ตวงแล้ว มาผสมในเนย
ตีด้วยความเร็วต่ำประมาณ 3 นาที
แป้งจะจับตัวกับเนยเป็นก้อน จากนั้นเอาไปใส่ถาดอบ


5. ถาดที่เราจะใช้อบควรใช้ฟอยล์หุ้มให้หมดทั้งสี่ด้าน
ตามภาพข้างล่าง เพราะไม่งั้นตอนเอาออกจะเอาออกไม่ได้
เนื้อจะค่อนข้างนิ่มๆ ถ้าแซะก็เละค่ะ
เอาแป้งของข้อ 4 มากรุใส่ถาดให้ทั่วนะคะ
แป้งอันนี้กรุง่ายมากจริงๆ เนียนด้วย
เราใช้ไม้พายพลาสติกเกลี่ยๆก็เรียบแล้ว
พอเสร็จเอาเข้าเตา 175 องศาเซลเซียส ไฟบนล่าง
เตาเราอบได้ที่ตอนนาทีที่ 12 ค่ะ เวลาก็ขึ้นอยู่กับเตาแต่ละคนด้วย
ต้องเฝ้าสังเกตการณ์ อยู่ราวๆ 12-20 นาทีนี่แหละค่ะ


ระหว่างรอฐานสุกเรามาทำหน้าเลมอนกันดีกว่า
วิธีทำส่วนหน้า

1. คั้นน้ำเลมอนสดๆเอาเม็ดเอากากเอาเกรียนออกแล้ว
ก็เอาน้ำเลมอนใส่อ่างผสม ตามด้วยน้ำตาล
ใช้ตะกร้อมือคนได้ในช่วงนี้ค่ะ คนจนน้ำตาลละลายดีนะคะ
เราไม่ต้องการให้มันเป็นฟองฟ่อด อบมาแล้วจะไม่สวย


2. จากนั้นเอาแป้งสาลีใส่ตามลงไป คนให้เข้ากัน
 ให้แป้งละลายไม่เป็นเม็ด


3. ใส่ไข่ไก่คนแค่พอเข้ากัน
เราไม่ทำไข่เจียวฉะนั้นไม่ต้องตีแรงนะคะ
พยายามเบาๆแต่ให้เนียนค่ะ คนไปเรื่อยๆเบาๆ


4. เนียนแล้ว!!!


ประกอบร่าง

1. ตัวฐานคงจะสุกแล้วในเวลานี้ เอาออกจากเตา
บิดเพิ่มเวลาเตาอบไปอีกประมาณ 20 นาที
และลดอุณหภูมิมาเป็น 165 องศาเซลเซียส
เพราะเราจะต้องอบหน้าต่อ
สีฐานจะเหลืองๆนิดหน่อยกำลังดี
คือต้องจับตาเตาเราให้ดีเลยตอนอบ
ไม่งั้นไหม้นะ เสียดาย


2. ราดหน้าไปเลย ไม่ต้องใส่คะน้า เฮ้ย!คนละงาน
ราดหน้าเลมอน กลิ้งให้ทั่วนะคะ จากนั้นเข้าเตาเลย
อบไฟบนล่าง 165 องศาเซลเซียส
ระยะเวลาของเตาเราประมาณ 15 นาที
อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับเตาแต่ละคน อยู่ราวๆ 15 - 20 นาที


3. คอยดูขอบ ถ้าขอบสีน้ำตาลสุกๆแล้ว แล้วหน้าเริ่มเซ็ทตัว
ไม่เหลวก็เอาออกมาจากเตาได้เลยค่ะ
หน้าตาจะเป็นประมาณนี้
อย่าเพิ่งไปทำอะไรกับเขา ปล่อยไว้ซัก 10 นาที
จากนั้นเอาไปแช่เย็นซัก 20 นาที


4.แล้วค่อยมาเอาออกจากถาด แผ่ฟอยล์ออก
โรยไอซิ่งให้ทั่วแล้วตัดขนาดพอดีคำนะคะ


รับรองความอร่อย โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ชอบขนมหวานๆ แนะนำชิ้นนี้เลยค่ะ

วันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

Chocolate Lava

อย่างที่บอกไปว่าตู้เย็นเสีย ของต่างพากันเสียโดยมิได้นัดหมาย
แทบกรี๊ดค่ะ เรื่องของกินเนี่ย (*0*!)
เลยอยากจะโละๆของที่ยังไม่(มีแววจะ)เสีย อย่างช็อคโกแลต
ซื้อมาหลายเดือนและ แต่ไม่ได้ทำอะไร กลัวมันจะเหลวเป๋วซะก่อน
ฤกษ์งามยามดีก็ลองทำ Chocolate Lava (Chocolate Fondant)
เพื่อ Chocolat Lover อีกรอบ
ครั้งแรกเคยทำแต่ไส้มันไม่ค่อยไหลทะลักเท่าที่ควร
ก็พยายามสรรหาสูตรใหม่ที่น่าเชื่อถือ สูตรนี้ได้จากคุณ Kate แต่ก็ตัดทอนบางส่วน
พอดีไม่ชอบกินหวานเกินไปค่ะ
ส่วนผสมไม่เยอะและวิธีทำสั้นด้วยค่ะ
แต่คิดว่าขนมนี้จะอร่อยก็ตรงช็อคโกแลต ถ้าเลือกของดียังไงก็อร่อย


CHOCOLATE LAVA (2 ถ้วย)
ส่วนผสม
ดาร์คช็อคโกแลต 120 กรัม
น้ำตาล          2 ช้อนโต๊ะ
ไข่ไก่เบอร์หนึ่ง     2 ฟอง
แป้งสาลีเอนกประสงค์  1  1/2 ช้อนโต๊ะ
เนยจืด               50 กรัม
วนิลา          1/4 ช้อนชา

วิธีทำ
1. เอาช็อคโกแลตสับเป็นก้อนเล็กรวมกับเนยจืด
ใส่ชามเข้าไมโครเวฟประมาณ 1 นาที ไฟแรงสุด
ถ้าเนยหรือช็อคโกแลตยังเป็นก้อนอยู่ให้อุ่นต่ออีก 10 วินาที
เสร็จแล้วเอาออกมาคนๆให้เข้ากัน
ช็อคโกแลตที่ได้ออกมาจะเหลวๆเงาๆ

2. ทิ้งไว้ให้หายร้อนซักพัก จากนั้นเทวนิลลาตามลงไป คนให้เข้ากัน


3. ตามด้วยน้ำตาลและเกลือ คนให้เข้ากันจนน้ำตาลละลายหมด


4. เปลี่ยนชามและ เริ่มรู้สึกจะล้นถ้วยผสมอันบน
ถ้าใครมีชามแก้วทนไฟใบใหญ่ใช้ตั้งแต่ละลายช็อคโกแลตเลยก็ได้นะคะ
แต่พอดีเราไม่มี เลยต้องมาถ่ายชามเอา
พอน้ำตาลละลายก็ใส่แป้งลงไป ตีให้เข้ากัน


5. จากนั้นเสียบตะกร้อไฟฟ้า ค่อยๆเทใส่ลงไปทีละฟอง
ตีด้วยความเร็วปานกลาง 10 นาที


6. ตัว Batter* จะสีอ่อนขึ้น อย่างในรูปข้างล่าง


7. หาถ้วย ramekin แบบนี้มาทาเนยบางๆรอบถ้วย


8. เท Batter ลงไปในถ้วย หาพลาสติกคลุม แช่ตู้เย็น 1 ชั่วโมง


9. พอใกล้ถึงเวลาก็วอร์มเตา 175 องศา 10 นาที พออุณหภูมิคงที่
ก็ยัดใส่เตาอบ 11 -12 นาทีค่ะ
โปะใส่ถ้วยเก๋ๆค่ะ คราวนี้ไส้ทะลักล้นสมใจอยากเลยค่ะ
ชอบมั่กกกกกก

วันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

Melt-in-your-mouth Brownie: บราวนี่ละลายในปาก ไม่ละลายในมือ

สำหรับผู้รักการอบขนม แน่นอนว่าในบรรดาสูตรทั้งหลาย
ทุกคนคงจะเคยทำบราวนี่เป็นเมนูแรกๆเลย
เพราะว่าวิธีทำไม่ซับซ้อนเท่าไหร่และใช้เวลาไม่นาน
เมนูขนมที่ต้องใช้เตาอบ เราก็ทดลองด้วยบราวนี่เหมือนกัน
แต่ครั้งแรกที่ทำถือเป็นการลองของ ตอนแรกที่ซื้อเตามาจะมีนิสัยเสียอย่างหนึ่งคือ
คอยแง้มเตาดูขนม
จริงๆแล้วไม่ควรทำเพราะว่าอุณหภูมิจะไม่คงที่เนื่องจากอากาศจากนอกเตาเข้ามา
บราวนี่ที่ได้ครั้งแรกเลยไม่ค่อยเป็นที่น่าพอใจ
พูดถึงหลายคนสับสนระหว่างบราวนี่กับเค้กช็อคโกแลต
คือสองอย่างนี้มันไม่เหมือนกันซะทีเดียว
บราวนี่จริงๆควรมีลักษณะหนึบๆเข้มข้นมากกว่าเค้กที่ฟูและเนื้อเบา
บราวนี่สามารถใส่ออพชั่นเพิ่มเช่น ช็อคโกแลตชิพส์ ถั่วต่างๆ ฯลฯ
พอดีไปเจอสูตรบราวนี่ชื่อ melt in the mouth มา น่าสนใจดี
นึกถึงสโลแกน M&M ละลายในปากแต่ไม่ละลายในมือ
แต่สำนวน "melt in one's mouth" นั้นแปลว่า "อร่อยมาก"
พอดีเลย วันก่อนไปบ้านเพื่อนคนนึง
แล้วเขาให้ดาร์คช็อคโกแลตแท่งใหญ่มากๆของ Lindt มา
เลยบอกเขาว่าเดี๋ยวจะเอาไปทำขนมแล้วเดี๋ยวเอามาฝาก

MELT IN YOUR MOUTH BROWNIE
ส่วนผสม
เซมิสวีทช็อคโกแลต 50 กรัม
ดาร์คช็อคโกแลต 120 กรัม
เนยจืด 175 กรัม
น้ำตาลทราย 150 กรัม
ไข่ไก่เบอร์ 0  -   2 ฟอง + ไข่ไก่เบอร์ 2 -    1 ฟอง
แป้งสาลีอเนกประสงค์ 100 กรัม
เกลือ 1/2 ช้อนชา
วนิลลา 1 ช้อนชา

วิธีทำ
1. วอร์มเตา 160 องศา ไฟบนล่าง
 สับช็อคโกแลตให้เป็นแท่งๆ ใส่เนยตามลงไปในถ้วยที่เข้าไมโครเวฟได้
เราจะละลายประมาณ 2 นาที

2. จากนั้นก็เอาไม้พายคนๆให้เนยกับช็อคโกแลตเข้ากัน เราจะได้ช็อคโกแลตเหลวๆ


3. เอาไข่ วนิลาและน้ำตาลใส่ชามผสม

4. ตีด้วยความเร็วสูงจนฟูเป็นสีเหลืองนวล

5. เทช็อคโกแลตกับเนยที่ละลายไว้ข้อ 2 ลงไปในชามไข่แดงข้างบน

6. ตะล่อมด้วยตะกร้อมือหรือพายยางให้เข้ากัน

7. ร่อนแป้งสาลีตามลงไปให้หมด

8. ตะล่อมแป้งให้เข้ากัน

9. เทใส่พิมพ์สี่เหลี่ยม 7x7 นิ้ว เคาะเอาฟองอากาศออกเบาๆและเอาเข้าเตา
อบนาน 25 - 30 นาที ไฟบนล่าง

10. เตาเราสุกที่ 25 นาที ก็เอาออกมาวางพักไว้ให้เย็น
หน้าจะกรอบๆ และแตกอย่างนี้
ตอนแรกก็ตกใจว่าแตกขนาดนี้เลยหรอ? แต่ทิ้งไว้ซักพักก็เรียบ พอมันเย็น

11. พอถาดหายร้อน ก็ห่อพลาสติกแช่ตู้เย็นอย่างน้อย 4 ชั่วโมง
แล้วค่อยเอามาตัดแบ่ง จะแบ่งได้เรียบสวยกว่า

วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

Beard Mama: Cream Puff

สืบเนื่องมาจากวันที่เพื่อนสาวได้มา Sleep over party ที่บ้าน
เพื่อนก็รีเควสท์อยากเล่นทำขนม เหมือนเล่นขายของตอนเด็ก ฮ่าๆ
ดูจากวัตถุดิบที่มีอยู่ในครัว ณ ขณะนั้นก็เลยหาๆสูตรดูว่ามีอะไรที่พอทำได้บ้าง
ก็ไปเจอ Cream Puff ตอนนี้ยังงงๆอยู่เลยว่ามันเรียกได้กี่อย่าง
Cream puff, Choux cream, Choux a' la creme, Eclaire?
พอได้ทำ แล้วก็ลองเปลี่ยนสูตรไปเรื่อยๆ จนคิดว่าพูดที่จะแชร์นี้โอเคสุดและง่ายด้วย
ตัวแป้งจากแม่ปู ตัวไส้จาก May Made
ในการทำ เราก็ต้องเตรียมส่วนผสม 2 ขั้นตอน นั่นก็คือ ตัวแป้งกับตัวไส้

เรามาเรียมตัวไส้ก่อนเพราะต้องเอาไปแช่เย็น
ส่วนผสมตัวไส้ (คัสตาร์ดครีม)
นม 1 ถ้วยตวง
ไข่ 1 ฟอง
น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วยตวง

เกลือ 1/4 ช้อนชา
แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
เนย 20 กรัม
กลิ่นวนิลา 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ
1.) ผสมแป้งข้าวโพดร่อน แป้งสาลีร่อน, น้ำตาล และเกลือให้เข้ากัน ในหม้อ
2.) ใส่ไข่ ตามด้วยเนยหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า ตีให้เข้ากัน

3.) เทนมลงไปก่อน 1/3 ถ้วย คนๆให้เข้ากันดี ให้แป้งทั้งหมดละลาย ไม่งั้นไม่เนียน
4.) เทนมที่เหลือลงไปทั้งหมด นำไปตั้งไฟอ่อนๆ คนไปเรื่อยๆอย่าหยุด จนกว่าจะข้น
5.) พอครีมข้นแล้ว ปิดไฟ ยกลง เทใส่ชาม ห่อพลาสติก นำเข้าตู้เย็น

ส่วนผสมตัวแป้ง (ขนาด 7 ซม. 18 - 20 ลูก)
แป้งสาลีอเนกประสงค์ (ง่ายๆเลย แป้งตราว่าว) 1/2 ถ้วย
น้ำมันพืช (สำหรับคนประหยัดงบ) หรือ เนยจืด 1/4 ถ้วย
น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย
เกลือ 1/4 ช้อนโต๊ะ
ไข่เบอร์ใหญ่ 2 ฟอง
วิธีทำ 1.) นำน้ำ, น้ำมัน, เกลือ ใส่หม้อประมาณ 1 ลิตร คนๆให้เข้ากัน ไปตั้งไฟปานกลาง 2.) พอเดือดปุดๆ รีบเทแป้งแล้วใช้ไม้พายคนเร็วๆให้เข้ากัน ลดไฟเป็นไฟอ่อน 3.) พอแป้งเริ่มเป็นก้อน อย่าให้แป้งสุกและแห้งจนเกินไป มิฉะนั้นเวลาไปอบแล้วจะไม่ฟูสวย และเมื่อแป้งไม่ติดหม้อแล้วก็ปิดไฟ ยกหม้อลงจากเตา ทิ้งไว้ให้อุ่นๆ 4.) อย่าใจร้อนรีบใส่ไข่ไม่งั้นไข่สุก หรือถ้าวัยรุ่นใจร้อนจริงๆ ก็เอาไม้ตีไฟฟ้ามาปั่นๆให้หายร้อน เมื่อแป้งอุ่นก็ใส่ไข่ไปโลด ทีละฟอง ใช้ไม้ตีให้เข้ากัน จะได้ออกมาอย่างนี้ 5.) ระหว่างนี้ก็วอร์มเตา 210 องศาเซลเซียส และเทแบทเทอร์ใส่ถุงบีบเลยค่ะ เตรียมบีบเป็นลูกๆ ขนาดตามใจชอบ ชอบของใหญ่ก็บีบใหญ่ๆจุใจ ของเราบีบเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 7 ซม. ได้ 19 ลูก 6.) เอาเข้าเตาอบ ไฟบน-ล่าง นาน 15-20 นาที หรือจนกว่าขนมจะเป็นสีเหลืองทอง ฮ่าๆๆ ดูลิเกเนอะ ระหว่างนี้ไม่ควรแง้มฝาเตานะคะ ไม่งั้นขนมอาจฟีบได้ พออบเสร็จทิ้งไว้ในเตาก่อนประมาณ 5 นาทีค่อยเอาออกมา จากนั้นก็นำไส้มาบีบใส่ตัวแป้ง
เราราดด้วยช็อคโกแลต ทำให้ดูน่ากินยิ่งขึ้น