วันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2553
Chocolate crinkles* คุกกี้ช็อคโกแลตหน้าแตก
วันอังคารที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2553
Cashew nut and black sesame cookie: คุกกี้สิงคโปร์งาดำ
วันพุธที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2553
Banana Almond Cookie สูตรดัดแปลงจาก Mrs. Fields
ชามที่ 1 ใบใหญ่ ใส่
เนยจืดตัดเป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆ ...... 1 ถ้วย (ไม่แข็งหรือเหลวเกินไป)
น้ำตาลทรายแดง ...... 1 ถ้วย (ตวงให้แน่น)
ชามที่ 2 ใบเล็ก ใส่
แป้งสาลีอเนกประสงค์ ..... 2 2/3 ถ้วย (ไม่ต้องร่อน)
เบกกิ้งโซดา ..... 1/2 ช้อนชา
เกลือ ..... 1/4 ช้อนชา
อัลมอนด์ หรือ ถั่วอะไรก็ได้ เม็ดมะม่วงฯ, วอลนัท ฯลฯ สับหยาบและอบกรอบ ...... 1 ถ้วย
ช็อคโกแลตชิพ ..... 2 ถ้วย
ชามที่ 3 ใบเล็ก ใส่
กล้วยหอมสุกบด ...... 3/4 ถ้วย
กลิ่นกล้วยหอม ...... 1 ช้อนชา
ไข่เบอร์ 0 แช่เย็น ..... 1 ฟอง
1. วอร์มเตาไฟล่างอย่างเดียว 150 องศาเซลเซียส
2. ปูกระดาษไข ไม่ต้องทาน้ำมันใดๆทั้งสิ้น บนถาดเตรียมไว้
3. ไปที่ชามที่ 1 ตีให้เนยเข้ากับน้ำตาลด้วยความเร็วปานกลาง ตีแค่ให้พอเข้ากัน
ลักษณะจะเหมือนสครับขัดผิว เหนียวๆมีเม็ดบีท 555
4. ใส่ส่วนผสมในชามที่ 3 (กล้วย) ลงไปในชามที่ 1 (เนยข้างบน)
ตีด้วยความเร็วปานกลาง ให้เนื้อเนียน เข้ากันดี
5. หยิบชามที่ 2 (แป้ง) แบ่งเป็น 3 ส่วน เทไปผสมกับส่วนผสมข้างบน ข้อ 4
คนเร็วๆ ให้แป้งเข้ากัน อย่าคนนานเพราะจะทำให้แป้งเหนียว
6. ถ้าเนยมันเหลวไป เอาเข้าตู้เย็นซักพัก ให้มันเซ็ทตัว
แล้วใช้ช้อนหรือที่ตักคุกกี้วางบนถาดที่เตรียมไว้เป็นลูก ไม่ต้องบี้ วัดระยะห่าง 2 นิ้วระหว่างกัน
เพราะคุกกี้จะแบนลง กินเนื้อที่
7. อบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส ไฟล่าง 25-27 นาที
หรือสังเกตที่ขอบคุกกี้จนเป็นสีน้ำตาล
คุกกี้นี้เป็นแบบ Soft-baked นะคะ
ถ้าใครชอบกรอบๆก็ต้องอบ 175 องศาเซลเซียส 25 นาที
จากนั้นลดอุณหภูมิเป็น 150 องศาเซลเซียส นาน 15 นาที
8. พออบเสร็จ รีบแซะออกจากถาด วางพักไว้บนตะแกรง ให้อุ่นเล็กน้อยค่อนไปทางเย็นแล้วเก็บใส่ภาชนะ
อย่าเก็บใส่ตอนร้อน เพราะคุกกี้จะมีไอร้อนอยู่ในภาชนะเกิดเป็นไอน้ำส่งผลให้นิ่มกว่าเดิมนะคะ
..................................................
คุกกี้ดูเหมือนจะทำง่ายนะ แต่เอาจริงๆต้องทำพิถีพิถันเหมือนกัน
ทั้งเรื่องเนย ต้องไม่เหลวไม่แข็งจนเกินไปและ
โดยเฉพาะเรื่องอุณหภูมิต้องเช็คให้ดีๆนะคะ
...............................................
วิธีอบกรอบถั่ว
นำเข้าเตาอบโดยไม่ต้องวอร์มเตา อบประมาณ 2-3 นาที ไฟ 130 องศา ต้องจับตาดูดีๆเพราะเดี๋ยวไหม้ง่าย
วันอังคารที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2553
Simply Chocolate Meringue*
จะกำจัดก็เสียดาย แต่ดีที่นึกอยากกิน "เมอแรงก์" ขึ้นมา
เลยจัดไปเมนูนี้ คราวที่แล้วทำเมอแรงก์อัลมอนด์ คราวนี้เลยเปลี่ยนรสชาติบ้าง
โดยการเติมโกโก้เข้าไปด้วย
และก็เป็นไปตามคอนเซ็ปต์ ยากๆเราไม่ทำ เราทำแต่ง่ายๆ 555
Chocolate Meringue*
ส่วนผสม
ไข่ขาว ..... 2 ฟอง
ครีมออฟทาทาร์ ..... 1/4 ช้อนชา
น้ำตาลทรายละเอียด ..... 100 กรัม
ผงโกโก้ ..... 4 ช้อนโต๊ะอัลมอนด์ตำหยาบๆ ตามมีตามเกิดตามใจ

วิธีทำ
--วอร์มเตาไฟล่าง 100 องศาเซลเซียส--
1. ใส่ไข่ขาวกับครีมออฟทาทาร์ลงไปในอ่างแล้วตีด้วยความเร็วสูง
2. พอมีฟองหยาบๆก็ค่อยๆเทน้ำตาลใส่ลงไปจนหมดและตีจนกว่าไข่ขาวจะตั้งยอดแข็ง
3. ร่อนแป้งข้าวโพดกับโกโก้ลงไป ตะล่อมให้เข้ากัน
4. เตรียมถาดปูกระดาษไข ถ้าไม่มีกระดาษไขเคลือบซิลิโคน
ใช้กระดาษไขธรรมดาได้แต่ต้องทาเนยขาวๆบนถาดก่อนปูกระดาษ ไม่งั้นขนมติดแน่ๆ
ใส่ถุงบีบๆรูปแบบตามใจชอบ กะระยะห่างให้ดีๆ ใส่เข้าเตาอบนาน 1ชั่วโมงครึ่ง
5. คอยเช็คขนมโดยการจับ ถ้ามีแววว่าแห้งๆกรอบๆก็หยุดก่อนได้
แต่ต้องพักไว้ในเตาและแง้มฝาเล็กน้อยต่ออีก ครึ่งชั่วโมง
--เคล็ดลับของเราคือแง้มฝาเตาเล็กน้อยตอนอบเพราะอุณหภูมิมันจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ขนมอาจไหม้ได้
ครั้งแรกที่เคยทำแล้วไม่แง้มเตา ดำเมี่ยมเลยอันในๆ อันนี้ก็แล้วแต่เตาของแต่ละคนนะคะ
ในการอบจำเป็นต้องมีเครื่องวัดอุณหภูมิในเตาด้วยเพื่อความแม่นยำในการทำ จะได้ไม่เสียของค่ะ--
วันพุธที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
Corn flakes ไม่ได้แค่ไว้กินคู่กับนม : Cornflake and Cashew nut Cookies
ตอนเรียนมัธยม ชอบอุดหนุนอาหารร้านนึงมากเพราะว่ามีของกินหลากหลายและอร่อย เช่น พิซซ่า ไส้กรอกชีส และนอกจากนี้ก็ยังมีคุกกี้เนยอีกด้วย ปกติเป็นคนไม่ชอบกินคุกกี้เลย แต่ว่าคุกกี้ร้านนี้อร่อยโดนใจมาก ไม่เยิ้มเนยเกินไปและก็มีคอร์นเฟล็กซ์กรุบๆ กัดอร่อยมาก เลยพยายามหาสูตรเพราะไม่มีโอกาสพบคุกกี้แบบนั้นได้อีกแล้ว แต่ตอนนั้นมันจะเรียบๆแบนๆ แต่เราทำหนาหน่อยเพราะเพิ่มเม็ดมะม่วงหิมพานต์ลงไปด้วย
คุกกี้คอร์นเฟล็กซ์ ฟีเจอริ่ง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ โอมาน
ส่วนผสมทั้งหมดมีดังนี้
1.) เนยเค็มทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง 110 กรัม
2.) ไข่ไก่ 1 ฟอง
3.) ผงฟู 1 ช้อนชา
4.) กลิ่นวนิลา 1 ช้อนชา
5.) น้ำตาลทรายขาว 50 กรัม
6.) น้ำตาลทรายแดงร่อนก่อน 50 กรัม
7.) Corn Flakes 80 กรัม
8.) เม็ดมะม่วง หิมพานต์นะไม่เอาน้ำดอกไม้ 70 กรัม
9.) แป้งสาลีเอนกประสงค์ร่อน 170 กรัม
สามารถเปลี่ยนจากคอร์นเฟล็กซ์กับเม็ดมะม่วงฯเป็นอย่างเดียวได้ เช่น ลูกเกด ข้าวโอ๊ต ฯลฯ หรือใส่ให้หมด 555
ขั้นตอนการทำ
1.) เตรียมส่วนผสมกับอุปกรณ์ทุกอย่างให้ครบ
2.) ตีเนยในชามสเตนเลสให้ขึ้นฟูด้วยความเร็วปานกลาง หัวตีใบไม้เพราะเหมาะกับการตีเนยให้ฟู
แต่เราไม่มี ก็ใช้ธรรมดาไปแก้ขัด
3.) พอเนยฟู ใส่น้ำตาลทรายลงไปเป็นสาย ตีจนละลายเข้ากัน ตามด้วยน้ำตาลทรายแดง ตีให้น้ำตาลละลายและเข้ากัน
7.) เอาคอร์นเฟล็กซ์กับเม็ดมะม่วงคลุกมาคลุกได้เลย คลุกพอให้เข้ากัน อย่าบดขยี้เดี๋ยวมันจะแตกซะก่อน
ไฟบนล่าง นาน 13-15 นาที
9.) เอาคุกกี้ออกมาจากตู้เย็นและตักด้วยช้อนใส่ถาดที่ปูด้วยกระดาษไข ไม่ต้องทาน้ำมันใดๆทั้งสิ้น ขนาดไม่ต้องใหญ่มากนัก เราปั้นเป็นก้อนกลมๆเล็กๆ อย่างนี้ แต่อบมาถาดแรกมันไม่ค่อยยุบลง ครั้งที่สองพอปั้นกลมๆแล้วต้องบี้ให้มันแบนลงไปหน่อย
วันศุกร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2553
ขอเรียกว่าขนมปราบเซียน: French Macarons
มีขนมชนิดหนึ่งที่ใฝ่ฝันมานานแล้วว่าอยากทำ
ขนมหน้าตาน่ารัก สีสันสดใส ที่เห็นข้างล่างนี้เรียกว่า Macarons
เป็นขนมของฝรั่งเศส ถ้าฝรั่งเศสจะออกเสียงประมาณ มา-กา-คง
ถ้าเป็นอเมริกันสไตล์ก็จะออกเป็น มา-กา-รูนส์
ตอนอยู่ที่ทำงานเก่า มีคนฝรั่งเศสเอามาฝากแต่ไม่ค่อยปลื้มเพราะหวานเกิ๊นนน
ยังกับกินน้ำตาลกรอบๆ
เลยอยากลองทำเอง เอาแบบที่ไม่หวานจนเกินไป

หน้าตาน่ารักอย่างนี้แหละ ทำยากนัก!
กว่าจะทำได้สำเร็จ ปาเข้าไป 3 รอบ
ขอ Share ทริคส์ที่สำคัญๆ ที่เคยอ่านในเน็ตและลองคิดลองถูกเอง
เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับคนที่ยังไม่เคยทำและคิดจะทำนะคะ
จะได้ไม่เสียหลายรอบเหมือนเรา
ไข่ขาว - เอาเก่าๆอะ แต่ไม่เอาแบบเสีย
ให้ตอกไข่ แล้วแยกไข่ขาวใส่ถ้วย เอาผ้าขาวบางหรือพลาสติกมาคลุมแล้วเจาะรูเล็กๆ
ทิ้งไว้ณ อุณหภูมิห้อง 2-3 วันเพื่อให้ไข่ขาวคลายความชื้น
***ศัตรูตัวฉกาจของ Macarons คือ ความชื้น
บางสูตร เขาก็ทำลัดเพื่อไม่ให้เสียเวลา โดยการเอาไข่ขาวที่ตอกใหม่ๆ เข้าไมโครเวฟไฟกลาง 10 วินาที
แต่เคยลองทำ กลายเป็นมีจุดขาวๆเพราะไข่สุก
ส่วนผสม
ไข่ขาว 50 g
น้ำตาลทรายป่น 20 g
น้ำตาลไอซิ่ง 100 g
อัลมอนด์บด 50 g
สีตามชอบ
กลิ่นวนิลลาหรือตามชอบ (เราใส่กลิ่นสตอ)
วิธีทำ
- เตรียมถาดปูกระดาษไข หรือ แนะนำกระดาษซิลิโคนเพราะลอกออกง่ายมาก
ไม่ต้องมามง แซะ มง แซะ แซะ มง ตะลุม ตุ่ม มง
1.) นำอัลมอนด์บดไปอบในเตาโดยไม่ต้องวอร์มเตาก่อน ไม่งั้นจะไหม้เอา
ปูฟอยล์ลงบนถาด จับแผ่ๆให้เท่ากันทั่วถาด
อบ 3 นาที ไม่ต้องต้ม เฮ้ย! นั่นมันมาม่า
เสร็จแล้วนำออกมาพักให้หายร้อน
2.) ผสมอัลมอนด์กับไอซิ่งให้เข้ากัน นำไปปั่นอีกรอบ ให้ละเอียดๆ
เสร็จแล้วร่อนให้เหลือแต่ผงละเอียดๆ ไม่งั้นผิวขนมจะไม่เรียบ พักใส่ถ้วยไว้
3.) นำไข่ขาว พร้อมใส่ร้ายป้ายสี ใส่เยอะๆเลย สีจะได้แหล่มๆ
มาตีด้วยตะกร้อไฟฟ้าความเร็วกลางจนฟองละเอียดๆ
แล้วค่อยๆเทน้ำตาลทรายป่นเป็นสายลงไปจนหมด แถมใส่กลิ่นไปด้วย
เปลี่ยนความเร็วเป็นเร็วสูง
ตีจนไข่ขาวขึ้นยอดอ่อน อย่าให้ยอดแข็งแหลมเปี๊ยว
4.) นำอัลมอนด์กับไอซิ่ง แบ่งใส่ทีละ 3 ส่วน คลุกเคล้าให้เข้ากับไข่ขาว
คลุกให้เนียนๆเข้ากัน
เนื้อแบทเทอร์ที่ดีต้องไม่เหลวหรือเหลวจนเกินไป
จะสังเกตุได้ตอนบีบ ขนมจะไม่มียอดแหลม หรือละลายเหลว
5.) นำแบทเทอร์(ส่วนที่เราผสมเสร็จเรียบร้อยแล้ว)ใส่ถุงบีบ
แบ่งช่องไฟดีๆ บีบแบบตรงๆ ตั้งฉาก 90 องศา
ไม่ต้องขยับมือจนกว่าจะมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 2-3 ซม.
ทำให้ทั่วถาด เสร็จแล้ว
พักผิวขนมให้แห้ง ประมาณ 1-2 ชม.
พอใกล้เวลาก็วอร์มเตาก่อนล่วงหน้าที่ 150 องศา ซัก 10 นาทีหรือตามนิสัยของเตา
พอได้ที่ เอาถาดเข้าไปโลด อบ 10 นาที ไฟล่าง
อบไปซักแป๊ป จะมาลุ้นก็ไอ้ตรงกระโปรงข้างใต้ที่แหละ
ถ้าขึ้นแสดงว่า มีชัยไปกว่าครึ่ง ถ้าไม่มีแววก็เตรียมทำใหม่ 555
ตอนกระโปรงมันบานขึ้นมานี่ กระโดดดีใจเลย เว่อร์ปะ
ไม่หรอก เสียดายค่าอัลมอนด์บด แพง!!!
ลองแตะๆหน้า ถ้าครบเวลาและหน้าไม่นิ่มแล้ว ก็เอาออกมา
พักไว้ให้เย็นประมาณ 5 นาที
ไอ้ Silicone BAking Sheet นี่ของเขาดีจริงๆ
ไม่เสียดายตังที่ซื้อมาเลย ไม่ต้องมาแงะแกะเกา แค่ลอกออกเอง
เอามาวางไว้บนตะแกรง เตรียมจับคู่มาประกบกัน
ส่วนไส้ เราใช้ดาร์คช็อคโกแลตละลายเอา เพราะจะไม่ตัดกับความหวานของตัวขนม
คราวหน้าถ้าขยันๆจะลองทำไส้ผลไม้เอา