แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Cookies แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Cookies แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2553

Chocolate crinkles* คุกกี้ช็อคโกแลตหน้าแตก

กลับมาพร้อมของฝากกับ
คุกกี้อร่อยๆเต็มไปด้วยรสช็อคโกแลตอย่าง
Chocolate Crinkles นะคะ
ถือว่าเป็นคุกกี้ชนิดหนึ่ง
แต่ความโดดเด่นคือ หน้าแตกๆ ของเจ้าคุกกี้นี้ค่ะ
วิธีทำไม่ซับซ้อน แต่ออกมารสชาติอร่อย
ข้างในเป็นช็อคโกแลตขมๆเนื้อเป็นแบบเนื้อเค้ก
ส่วนข้างนอกเป็นหวานๆเพราะเคลือบน้ำตาล กรอบๆ
กินได้เพลินเลยค่ะ
สูตรความอร่อยนี้ได้มาจาก แม่ปู ค่ะ



Chocolate Crinkles
ส่วนผสม
แป้งสาลีเอนกประสงค์ 1 1/2 ถ้วย
ผงโกโก้ 1/2 ถ้วย
ผงฟู 1 1/2 ช้อนชา
เกลือ 1/2 ช้อนชา
เนยจืดอุณหภูมิห้อง 1/2 ถ้วย
น้ำตาลทรายแดง 1/2 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
ไข่ไก่เบอร์หนึ่ง 2 ฟอง
วนิลา 1/2 ช้อนชา
เซมิสวีทช็อคโกแลตชิพ 1/2 ถ้วย

ส่วนเคลือบแป้งโดของคุกกี้ Dough Frosting
น้ำตาลทรายเม็ดเล็ก  1/2 ถ้วย
น้ำตาลทรายป่น 1/2 ถ้วย

วิธีทำ

1. ร่อนแป้ง ผงฟู เกลือ ผงโกโก้ เข้าด้วยกัน แยกใส่ชามพักไว้


2. เอาเนยใส่ชามตีทิ้งไว้ให้นิ่มตัว จากนั้นใส่น้ำตาลทรายแดงและน้ำตาลทรายลงไป


3. ตอกไข่ใส่ชามเล็ก เตรียมไว้
ในรูปไข่ฟองนึงเป็นไข่แฝด ตอกออกมาเลยได้ไข่แดง 3 ฟอง ขำดี
ใส่วนิลาลงไปพร้อมกันเลยค่ะ


4. กลับไปที่ชามเนยน้ำตาลค่ะ ตีด้วยความเร็วปานกลาง ตีประมาณ 3 นาที
ให้เนยกับน้ำตาลเข้ากัน ขึ้นฟูและสีจางลง


5. จากนั้นใส่ไข่ลงไปตีทีละฟอง ตีจนเป็นเนื้อเดียวกัน


6. ส่วนผสมที่ได้จะไม่ข้นมาก ออกจะเหลวๆนะ
จากนั้นก็ให้ใส่ของแห้งข้อ 1 แบ่งใส่ 2 ส่วน
เพราะจะเข้ากันลำบากมาก
ต้องคนๆให้เข้ากัน


7. ตัวแป้งหน้าตาจะเป็นเช่นนี้นะคะ
เป็นก้อนเหนียวๆ
จากนั้นใส่ช็อคโกแลตชิพลงไปคลุกให้เข้ากัน
คลุมพลาสติกแช่ตู้เย็น 2ชั่วโมง หรือข้ามคืนก็ได้ค่ะ
แต่ไม่เกิน 3 วัน


8. เราเข้าช่องฟรีซ 2 ชั่วโมงกว่าๆ
แป้งจะแข็งตัว ปั้นเป็นก้อนได้
ระหว่างที่ใกล้จะเอาออกมาอบ
ให้วอร์มเตาที่ 175 องศาเซลเซียส ไฟบนล่าง
ปูกระดาษไขบนถาด ไม่ต้องทาไขมันเลย
ให้เราปั้นลูกละประมาณ 1 นิ้วเป็นทรงกลม
ปั้นได้ทั้งหมด 24 ลูกค่ะ


9.เอาแป้งไปคลุกน้ำตาลทรายเม็ดเล็กให้ทั่วลูก
จากนั้นตามด้วยน้ำตาลทรายป่น
วางเรียงบนถาดให้ห่างกันประมาณ 1 นิ้ว
อบนาน 10-15 นาทีนะคะ


10. ทิ้งไว้ในถาดประมาณ 5 นาทีแล้วเอาออกจากถาดวางบนตะแกรงให้หายร้อน
จากนั้นหาภาชนะมาบรรจุใส่
คุกกี้นี้ทานคู่กับนมจืดเย็นๆก็เข้ากันดีนะคะ


วันอังคารที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2553

Cashew nut and black sesame cookie: คุกกี้สิงคโปร์งาดำ

ไม่ได้อบคุกกี้มานานมากแล้ว เพราะไม่ค่อยชอบกินคุกกี้เท่าไหร่
แต่มีคุกกี้อันนึงที่ชอบก็คือ คุกกี้สิงคโปร์ นั่นเอง
ทำไมต้องสิงคโปร์?
มันจะทำนองเดียวกับข้าวผัดอเมริกัน ขนมจีนและขนมโตเกียว หรือไม่
ที่พอไปประเทศนั้นๆแล้วหาไม่เจอ
แต่คุกกี้สิงคโปร์เคยอ่านเจอว่า มันประยุกต์มาจากกรรมวิธีการทำคุกกี้ของสิงคโปร์
หลักๆคือ เขาไม่นวดแป้งเพราะจะทำให้แป้งเหนียว
เวลาเรากินคุกกี้สิงคโปร์ สังเกตได้ว่าคุกกี้ร่วงกราวเลย เพราะเนื้อร่วน
นี่เพราะว่าเป็นการทำแบบไม่นวดแป้ง
สำหรับเรา เพิ่งทำครั้งนี้ครั้งแรก
รสชาติไม่ออกหวานจัดและไม่เค็มไป แต่เราชอบให้มันมีเค็มนิดหน่อย
เลยเพิ่มปริมาณเกลือเข้าไป และก็เพิ่มงาดำไปด้วยให้ดูมีสีสัน หอมกลิ่นงาดำ


คุกกี้สิงคโปร์
ส่วนผสม
เนยขาว (ชอร์ตเทนนิ่ง) อุณหภูมิห้อง 160 กรัม
แป้งเอนกประสงค์ตราว่าว  325 กรัม
ผงฟู 1 ช้อนชา
โซดาไบคาร์บอเนต 1 ช้อนชา
ไอซิ่ง 100 กรัม
ไข่ 1/2 ฟอง
งาดำ 35 กรัม
เกลือ 1/2 - 1 ช้อนชา
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ซีก (แบ่งครึ่ง)

ส่วนที่ทาหน้า ผสมให้กัน
ไข่แดง 1 ฟอง
น้ำมันพืช 1/2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ

1. เอาเม็ดมะม่วงหิมพานต์ไปอบด้วยการเปิดเตาอบไม่ต้องรอให้วอร์ม
เอาเข้าไปใส่ได้เลยตั้งแต่แรก ประมาณ 130 องศา 3 นาทีหรือสังเกตไม่ให้ไหม้

2. ทิ้งเนยขาวหั่นเป็นสี่เหลี่ยมให้อ่อนตัว


3.  ร่อนแป้ง+ผงฟู+โซดาฯ เข้าด้วยกัน 2 ครั้ง

3. ตีเนยขาวที่นิ่มแล้วกับเกลือด้วยความเร็วต่ำให้ขึ้นฟู สีจะจางลง


4. จากนั้นเทไอซิ่งลงไปตีให้เข้ากัน ให้ไอซิ่งละลายไม่เป็นเม็ดและตามด้วยไข่
ปิดเครื่อง ปาดให้ส่วนผสมเข้ากัน
ค่อยๆแบ่งแป้งเทลงไปทีละนิด ด้วยความเร็วต่ำเหมือนเดิม


5. แป้งมันจะร่วนประมาณนี้ จากนั้นเทงาดำลงไปคลุก
ห้ามนวดนาน แป้งจะไม่ร่วนกรอบ


6. พักแป้งไว้ซัก 10 นาที
ระหว่างนี้ก็วอร์มเตา 150 องศา ไฟ บน-ล่างค่ะ

7. เอาโดไปคลึงให้แบน  หนา1+1/2 เซ็นติเมตร ทำให้สม่ำเสมอกันนะคะ
ไม่อย่างนั้นจะสุกไม่เท่ากัน
เวลาคลึงเราจะเอาแป้งตราว่าวโรยที่พื้นโต๊ะนวดแป้งหรือบางทีขี้เกียจก็ใช้แผ่นซิลิโคนรอง
 และเอาแป้งวาง เอาพลาสติกแร๊ปอาหารมาห่อด้านบนแป้งแล้วคลึงด้วยไม้นวด
เนื้อแป้งมันจะไม่ติดไม้และโต๊ะ


8. ใช้พิมพ์กดคุกกี้ คราวนี้ประเดิมพิมพ์รูปหัวใจ น่ารักดี


9. กดแล้วก็วางเรียงบนถาดที่ปูด้วยกระดาษไข ไม่ต้องทาไขมัน
วางเรียงให้ห่างกันซักครึ่งเซ็นติเมตร
วางเม็ดมะม่วงที่อบแล้วบนแป้ง ทาด้วยส่วนผสมไข่แดงสำหรับทาหน้าคุกกี้


10. เอาเข้าอบที่อุณหภูมิ 150 องศา ไฟบนล่าง นาน 20 นาที


11. ครบกำหนดแล้วก็ผึ่งลมซักพัก ถ้าลองกดที่ตัวคุกกี้แล้วนิ่มอย่าตกใจ
ผึ่งไปซักพักมันจะแข็งเอง แต่ถ้านิ่มเกินคงต้องเอาไปอบต่อซัก 5-10 นาที

วันพุธที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2553

Banana Almond Cookie สูตรดัดแปลงจาก Mrs. Fields


พูดถึง Mrs. Fields นี่ เขาเป็นต้นตำรับของคุกกี้อร่อยชิ้นโตจากอเมริกา
มีหลายรสชาติให้เลือก มีทั้งแบบกรอบและแบบนุ่ม
จริงๆแล้วคุกกี้เป็นขนมที่ไม่ได้ชอบเป็นพิเศษเท่าไหร่
แต่ชอบทำนะเพราะขั้นตอนการทำไม่ค่อยยากแต่จะไปยากตอนอบกับเทคนิคเล็กๆน้อยๆ


วันนี้เลือกสูตรคุกกี้ที่ไม่เคยกินมาก่อน นั่นก็คือ
Banana Almond Cookie ของป้าฟิลด์ส แบบซอฟท์ๆ
จริงๆแล้วมันคือ Banana Nut Cookie แต่ไม่มีถั่ววอลนัทน่ะ

ส่วนผสมแป้งคุกกี้ (เราจะแบ่งเป็น 3 ส่วน เพื่อง่ายต่อการทำ)

ชามที่ 1 ใบใหญ่ ใส่

เนยจืดตัดเป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆ ...... 1 ถ้วย (ไม่แข็งหรือเหลวเกินไป)

น้ำตาลทรายแดง ...... 1 ถ้วย (ตวงให้แน่น)

น้ำตาลทรายขาว ..... 1/4 ถ้วย




ชามที่ 2 ใบเล็ก ใส่

แป้งสาลีอเนกประสงค์ ..... 2 2/3 ถ้วย (ไม่ต้องร่อน)

เบกกิ้งโซดา ..... 1/2 ช้อนชา

เกลือ ..... 1/4 ช้อนชา

อัลมอนด์ หรือ ถั่วอะไรก็ได้ เม็ดมะม่วงฯ, วอลนัท ฯลฯ สับหยาบและอบกรอบ ...... 1 ถ้วย

ช็อคโกแลตชิพ ..... 2 ถ้วย




ชามที่ 3 ใบเล็ก ใส่

กล้วยหอมสุกบด ...... 3/4 ถ้วย

กลิ่นกล้วยหอม ...... 1 ช้อนชา

ไข่เบอร์ 0 แช่เย็น ..... 1 ฟอง

ขั้นตอนการทำ

1. วอร์มเตาไฟล่างอย่างเดียว 150 องศาเซลเซียส


2. ปูกระดาษไข ไม่ต้องทาน้ำมันใดๆทั้งสิ้น บนถาดเตรียมไว้


3. ไปที่ชามที่ 1 ตีให้เนยเข้ากับน้ำตาลด้วยความเร็วปานกลาง ตีแค่ให้พอเข้ากัน

ลักษณะจะเหมือนสครับขัดผิว เหนียวๆมีเม็ดบีท 555


4. ใส่ส่วนผสมในชามที่ 3 (กล้วย) ลงไปในชามที่ 1 (เนยข้างบน)

ตีด้วยความเร็วปานกลาง ให้เนื้อเนียน เข้ากันดี



5. หยิบชามที่ 2 (แป้ง) แบ่งเป็น 3 ส่วน เทไปผสมกับส่วนผสมข้างบน ข้อ 4

คนเร็วๆ ให้แป้งเข้ากัน อย่าคนนานเพราะจะทำให้แป้งเหนียว




6. ถ้าเนยมันเหลวไป เอาเข้าตู้เย็นซักพัก ให้มันเซ็ทตัว

แล้วใช้ช้อนหรือที่ตักคุกกี้วางบนถาดที่เตรียมไว้เป็นลูก ไม่ต้องบี้ วัดระยะห่าง 2 นิ้วระหว่างกัน

เพราะคุกกี้จะแบนลง กินเนื้อที่


7. อบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส ไฟล่าง 25-27 นาที

หรือสังเกตที่ขอบคุกกี้จนเป็นสีน้ำตาล

คุกกี้นี้เป็นแบบ Soft-baked นะคะ

ถ้าใครชอบกรอบๆก็ต้องอบ 175 องศาเซลเซียส 25 นาที

จากนั้นลดอุณหภูมิเป็น 150 องศาเซลเซียส นาน 15 นาที

8. พออบเสร็จ รีบแซะออกจากถาด วางพักไว้บนตะแกรง ให้อุ่นเล็กน้อยค่อนไปทางเย็นแล้วเก็บใส่ภาชนะ

อย่าเก็บใส่ตอนร้อน เพราะคุกกี้จะมีไอร้อนอยู่ในภาชนะเกิดเป็นไอน้ำส่งผลให้นิ่มกว่าเดิมนะคะ

..................................................

คุกกี้ดูเหมือนจะทำง่ายนะ แต่เอาจริงๆต้องทำพิถีพิถันเหมือนกัน

ทั้งเรื่องเนย ต้องไม่เหลวไม่แข็งจนเกินไปและ

โดยเฉพาะเรื่องอุณหภูมิต้องเช็คให้ดีๆนะคะ

...............................................

วิธีอบกรอบถั่ว

นำเข้าเตาอบโดยไม่ต้องวอร์มเตา อบประมาณ 2-3 นาที ไฟ 130 องศา ต้องจับตาดูดีๆเพราะเดี๋ยวไหม้ง่าย










วันอังคารที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2553

Simply Chocolate Meringue*

ผลสืบเนื่องมาจากการที่เหลือไข่ขาวหลายฟอง
จะกำจัดก็เสียดาย แต่ดีที่นึกอยากกิน "เมอแรงก์" ขึ้นมา
เลยจัดไปเมนูนี้ คราวที่แล้วทำเมอแรงก์อัลมอนด์ คราวนี้เลยเปลี่ยนรสชาติบ้าง
โดยการเติมโกโก้เข้าไปด้วย
และก็เป็นไปตามคอนเซ็ปต์ ยากๆเราไม่ทำ เราทำแต่ง่ายๆ 555



Chocolate Meringue*
ส่วนผสม

ไข่ขาว ..... 2 ฟอง
ครีมออฟทาทาร์ ..... 1/4 ช้อนชา

น้ำตาลทรายละเอียด ..... 100 กรัม

ผงโกโก้ ..... 4 ช้อนโต๊ะอัลมอนด์ตำหยาบๆ ตามมีตามเกิดตามใจ



วิธีทำ

--วอร์มเตาไฟล่าง 100 องศาเซลเซียส--

1. ใส่ไข่ขาวกับครีมออฟทาทาร์ลงไปในอ่างแล้วตีด้วยความเร็วสูง



2. พอมีฟองหยาบๆก็ค่อยๆเทน้ำตาลใส่ลงไปจนหมดและตีจนกว่าไข่ขาวจะตั้งยอดแข็ง

3. ร่อนแป้งข้าวโพดกับโกโก้ลงไป ตะล่อมให้เข้ากัน




4. เตรียมถาดปูกระดาษไข ถ้าไม่มีกระดาษไขเคลือบซิลิโคน
ใช้กระดาษไขธรรมดาได้แต่ต้องทาเนยขาวๆบนถาดก่อนปูกระดาษ ไม่งั้นขนมติดแน่ๆ
ใส่ถุงบีบๆรูปแบบตามใจชอบ กะระยะห่างให้ดีๆ ใส่เข้าเตาอบนาน 1ชั่วโมงครึ่ง



5. คอยเช็คขนมโดยการจับ ถ้ามีแววว่าแห้งๆกรอบๆก็หยุดก่อนได้
แต่ต้องพักไว้ในเตาและแง้มฝาเล็กน้อยต่ออีก ครึ่งชั่วโมง

--เคล็ดลับของเราคือแง้มฝาเตาเล็กน้อยตอนอบเพราะอุณหภูมิมันจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ขนมอาจไหม้ได้
ครั้งแรกที่เคยทำแล้วไม่แง้มเตา ดำเมี่ยมเลยอันในๆ อันนี้ก็แล้วแต่เตาของแต่ละคนนะคะ
ในการอบจำเป็นต้องมีเครื่องวัดอุณหภูมิในเตาด้วยเพื่อความแม่นยำในการทำ จะได้ไม่เสียของค่ะ--

วันพุธที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

Corn flakes ไม่ได้แค่ไว้กินคู่กับนม : Cornflake and Cashew nut Cookies


ตอนเรียนมัธยม ชอบอุดหนุนอาหารร้านนึงมากเพราะว่ามีของกินหลากหลายและอร่อย เช่น พิซซ่า ไส้กรอกชีส และนอกจากนี้ก็ยังมีคุกกี้เนยอีกด้วย ปกติเป็นคนไม่ชอบกินคุกกี้เลย แต่ว่าคุกกี้ร้านนี้อร่อยโดนใจมาก ไม่เยิ้มเนยเกินไปและก็มีคอร์นเฟล็กซ์กรุบๆ กัดอร่อยมาก เลยพยายามหาสูตรเพราะไม่มีโอกาสพบคุกกี้แบบนั้นได้อีกแล้ว แต่ตอนนั้นมันจะเรียบๆแบนๆ แต่เราทำหนาหน่อยเพราะเพิ่มเม็ดมะม่วงหิมพานต์ลงไปด้วย

CORN FLAKES FEAT. CASHEW NUT COOKIE
คุกกี้คอร์นเฟล็กซ์ ฟีเจอริ่ง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ โอมาน

ส่วนผสมทั้งหมดมีดังนี้


1.) เนยเค็มทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง 110 กรัม

2.) ไข่ไก่ 1 ฟอง

3.) ผงฟู 1 ช้อนชา

4.) กลิ่นวนิลา 1 ช้อนชา

5.) น้ำตาลทรายขาว 50 กรัม

6.) น้ำตาลทรายแดงร่อนก่อน 50 กรัม

7.) Corn Flakes 80 กรัม

8.) เม็ดมะม่วง หิมพานต์นะไม่เอาน้ำดอกไม้ 70 กรัม

9.) แป้งสาลีเอนกประสงค์ร่อน 170 กรัม
สามารถเปลี่ยนจากคอร์นเฟล็กซ์กับเม็ดมะม่วงฯเป็นอย่างเดียวได้ เช่น ลูกเกด ข้าวโอ๊ต ฯลฯ หรือใส่ให้หมด 555

ขั้นตอนการทำ

1.) เตรียมส่วนผสมกับอุปกรณ์ทุกอย่างให้ครบ

2.) ตีเนยในชามสเตนเลสให้ขึ้นฟูด้วยความเร็วปานกลาง หัวตีใบไม้เพราะเหมาะกับการตีเนยให้ฟู
แต่เราไม่มี ก็ใช้ธรรมดาไปแก้ขัด

3.) พอเนยฟู ใส่น้ำตาลทรายลงไปเป็นสาย ตีจนละลายเข้ากัน ตามด้วยน้ำตาลทรายแดง ตีให้น้ำตาลละลายและเข้ากัน

4.) ใส่ไข่ลงไปทั้งฟอง ตีให้เข้ากัน

6.) จากนั้น นำแป้งที่ร่อนแล้ว+ผงฟูลงมาคลุกเคล้าให้เข้ากันด้วยไม้พาย



7.) เอาคอร์นเฟล็กซ์กับเม็ดมะม่วงคลุกมาคลุกได้เลย คลุกพอให้เข้ากัน อย่าบดขยี้เดี๋ยวมันจะแตกซะก่อน

8.) นำไปแช่ตู้เย็นซักพักให้เนื้อไม่เหลวไป ประมาณ 15-20 นาที ขณะนี้ก็วอร์มเตาไปที่ 175 องศา
ไฟบนล่าง นาน 13-15 นาที

9.) เอาคุกกี้ออกมาจากตู้เย็นและตักด้วยช้อนใส่ถาดที่ปูด้วยกระดาษไข ไม่ต้องทาน้ำมันใดๆทั้งสิ้น ขนาดไม่ต้องใหญ่มากนัก เราปั้นเป็นก้อนกลมๆเล็กๆ อย่างนี้ แต่อบมาถาดแรกมันไม่ค่อยยุบลง ครั้งที่สองพอปั้นกลมๆแล้วต้องบี้ให้มันแบนลงไปหน่อย

วันศุกร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2553

ขอเรียกว่าขนมปราบเซียน: French Macarons


มีขนมชนิดหนึ่งที่ใฝ่ฝันมานานแล้วว่าอยากทำ


ขนมหน้าตาน่ารัก สีสันสดใส ที่เห็นข้างล่างนี้เรียกว่า Macarons
เป็นขนมของฝรั่งเศส ถ้าฝรั่งเศสจะออกเสียงประมาณ มา-กา-คง
ถ้าเป็นอเมริกันสไตล์ก็จะออกเป็น มา-กา-รูนส์

ตอนอยู่ที่ทำงานเก่า มีคนฝรั่งเศสเอามาฝากแต่ไม่ค่อยปลื้มเพราะหวานเกิ๊นนน
ยังกับกินน้ำตาลกรอบๆ
เลยอยากลองทำเอง เอาแบบที่ไม่หวานจนเกินไป




หน้าตาน่ารักอย่างนี้แหละ ทำยากนัก!
กว่าจะทำได้สำเร็จ ปาเข้าไป 3 รอบ

ขอ Share ทริคส์ที่สำคัญๆ ที่เคยอ่านในเน็ตและลองคิดลองถูกเอง
เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับคนที่ยังไม่เคยทำและคิดจะทำนะคะ
จะได้ไม่เสียหลายรอบเหมือนเรา
ไข่ขาว - เอาเก่าๆอะ แต่ไม่เอาแบบเสีย
ให้ตอกไข่ แล้วแยกไข่ขาวใส่ถ้วย เอาผ้าขาวบางหรือพลาสติกมาคลุมแล้วเจาะรูเล็กๆ
ทิ้งไว้ณ อุณหภูมิห้อง 2-3 วันเพื่อให้ไข่ขาวคลายความชื้น
***ศัตรูตัวฉกาจของ Macarons คือ ความชื้น
บางสูตร เขาก็ทำลัดเพื่อไม่ให้เสียเวลา โดยการเอาไข่ขาวที่ตอกใหม่ๆ เข้าไมโครเวฟไฟกลาง 10 วินาที
แต่เคยลองทำ กลายเป็นมีจุดขาวๆเพราะไข่สุก

ส่วนผสม
ไข่ขาว 50 g
น้ำตาลทรายป่น 20 g
น้ำตาลไอซิ่ง 100 g
อัลมอนด์บด 50 g
สีตามชอบ
กลิ่นวนิลลาหรือตามชอบ (เราใส่กลิ่นสตอ)

วิธีทำ
- เตรียมถาดปูกระดาษไข หรือ แนะนำกระดาษซิลิโคนเพราะลอกออกง่ายมาก
ไม่ต้องมามง แซะ มง แซะ แซะ มง ตะลุม ตุ่ม มง

1.) นำอัลมอนด์บดไปอบในเตาโดยไม่ต้องวอร์มเตาก่อน ไม่งั้นจะไหม้เอา
ปูฟอยล์ลงบนถาด จับแผ่ๆให้เท่ากันทั่วถาด
อบ 3 นาที ไม่ต้องต้ม เฮ้ย! นั่นมันมาม่า
เสร็จแล้วนำออกมาพักให้หายร้อน

2.) ผสมอัลมอนด์กับไอซิ่งให้เข้ากัน นำไปปั่นอีกรอบ ให้ละเอียดๆ
เสร็จแล้วร่อนให้เหลือแต่ผงละเอียดๆ ไม่งั้นผิวขนมจะไม่เรียบ พักใส่ถ้วยไว้

3.) นำไข่ขาว พร้อมใส่ร้ายป้ายสี ใส่เยอะๆเลย สีจะได้แหล่มๆ
มาตีด้วยตะกร้อไฟฟ้าความเร็วกลางจนฟองละเอียดๆ
แล้วค่อยๆเทน้ำตาลทรายป่นเป็นสายลงไปจนหมด แถมใส่กลิ่นไปด้วย
เปลี่ยนความเร็วเป็นเร็วสูง
ตีจนไข่ขาวขึ้นยอดอ่อน อย่าให้ยอดแข็งแหลมเปี๊ยว

4.) นำอัลมอนด์กับไอซิ่ง แบ่งใส่ทีละ 3 ส่วน คลุกเคล้าให้เข้ากับไข่ขาว
คลุกให้เนียนๆเข้ากัน
เนื้อแบทเทอร์ที่ดีต้องไม่เหลวหรือเหลวจนเกินไป
จะสังเกตุได้ตอนบีบ ขนมจะไม่มียอดแหลม หรือละลายเหลว


5.) นำแบทเทอร์(ส่วนที่เราผสมเสร็จเรียบร้อยแล้ว)ใส่ถุงบีบ
แบ่งช่องไฟดีๆ บีบแบบตรงๆ ตั้งฉาก 90 องศา
ไม่ต้องขยับมือจนกว่าจะมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 2-3 ซม.
ทำให้ทั่วถาด เสร็จแล้ว
พักผิวขนมให้แห้ง ประมาณ 1-2 ชม.



พอใกล้เวลาก็วอร์มเตาก่อนล่วงหน้าที่ 150 องศา ซัก 10 นาทีหรือตามนิสัยของเตา
พอได้ที่ เอาถาดเข้าไปโลด อบ 10 นาที ไฟล่าง
อบไปซักแป๊ป จะมาลุ้นก็ไอ้ตรงกระโปรงข้างใต้ที่แหละ
ถ้าขึ้นแสดงว่า มีชัยไปกว่าครึ่ง ถ้าไม่มีแววก็เตรียมทำใหม่ 555
ตอนกระโปรงมันบานขึ้นมานี่ กระโดดดีใจเลย เว่อร์ปะ
ไม่หรอก เสียดายค่าอัลมอนด์บด แพง!!!
ลองแตะๆหน้า ถ้าครบเวลาและหน้าไม่นิ่มแล้ว ก็เอาออกมา
พักไว้ให้เย็นประมาณ 5 นาที
ไอ้ Silicone BAking Sheet นี่ของเขาดีจริงๆ
ไม่เสียดายตังที่ซื้อมาเลย ไม่ต้องมาแงะแกะเกา แค่ลอกออกเอง
เอามาวางไว้บนตะแกรง เตรียมจับคู่มาประกบกัน

ส่วนไส้ เราใช้ดาร์คช็อคโกแลตละลายเอา เพราะจะไม่ตัดกับความหวานของตัวขนม
คราวหน้าถ้าขยันๆจะลองทำไส้ผลไม้เอา