วันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2553

Lemon Bar*: บาร์เลมอนเปรี้ยวจี๊ดจ๊าด

ขอบอกว่าตั้งแต่อบขนมมา
เมนูเป็นเมนูที่โดนนนนนนนใจวัยรุ่น(ตอนปลาย)อย่างเรามากสุดแล้ว
เพราะมันกินได้เรื่อยๆ ทั้งหนุบหนับ กรอบๆ เปรี้ยว หวาน ไม่เลี่ยน
อร่อยชิ้นเดียวไม่เคยพอ
พวกฝรั่งเขามักจะทำของหวานนี้ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสนะคะเท่าที่ทราบมา
คือเคยลองทำ 2 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2
ครั้งแรกแบบว่าได้สูตรมาจากคนหนึ่ง คือเวลาเอาสูตรมาจากเขา
เราไม่เคยทำได้สำเร็จเลย ทั้งๆที่เขาก็ทำออกมาหน้าตาสวยงามเก๋ไก๋สไลเดอร์
จะว่าเราทำไม่ได้ก็ไม่ใช่ ถ้าไม่งั้นคงทำครั้งนี้ไม่สำเร็จแน่ๆ
แต่ส่วนตัวคิดว่าน่าจะเป็นสูตรเขาไม่ค่อยละเอียดมั้ง แบบว่าโปรฯแล้วอธิบายตามตัวเองเข้าใจ
เพราะว่าก่อนหน้านี้ก็ทำเค้กตามสูตรเขา แต่เละค่ะ เราก็เลยว่าจะตัดใจละ
เอาจากคนที่เขาอธิบายได้ละเอียดดีกว่า ส่วนของเขาเราก็นั่งดูรูปสวยๆไป
และด้วยเหตุนี้เลย inspire ให้เราอยากเขียน blog ละเอียดขึ้นกว่าเดิม
คือที่ผ่านมาก็ค่อนข้างละเอียดนะคะ ไม่ต้องกลัว การันตีทำตามได้แน่นอน
เราไม่กั๊กอะ ไม่รู้จะกั๊กไปทำไม อย่างที่บอก คนที่เขาตั้งใจจะทำแล้วเขาทำไม่ได้
เสียเวลา เสียแรงและเสียวัตถุดิบไปเปล่าๆ
เอาละ เรามาดูดีกว่าว่าวันนี้จะทำอะไรทานเล่น

Lemon Bar
สูตรจาก Joy of Baking ปรับนิดหน่อย
ใช้ถาดขนาด 8x8"

ส่วนผสมเราจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนฐาน กับ ส่วนหน้า

ส่วนผสมของฐาน
แป้งสาลีตราว่าว 140 กรัม
น้ำตาลทรายป่น 25 กรัม
เนยจืดอุณหภูมิห้อง 110 กรัม
เกลือ 1 หยิบมือ

ส่วนผสมของหน้า
น้ำเลมอนคั้นสด 90 กรัม
น้ำตาลทราย 150 กรัม
ไข่ไก่เบอร์หนึ่ง 2 ฟอง
แป้งสาลีตราว่าว 2 ช้อนโต๊ะ
ไอซิ่ง ไว้โรยหน้า (ไม่เอาผักชีนะ)
วิธีทำ

1. หั่นเนยจืดเป็นลูกเต๋าเล็กๆ ใส่ชามทิ้งไว้ตามอุณหภูมิห้อง ในเนยนิ่ม
แต่อย่าให้เนยละลายเหลวนะคะ
วอร์มเตาไฟบนล่าง 175 องศาเซลเซียส

2. กลับมาที่ชามนะคะ หวังว่าเนยคงนิ่มแล้ว จากนั้นก็เอาน้ำตาลทรายป่นใส่ตาม


3. ตีด้วยความเร็วปานกลาง จนเนยขึ้นฟู สีอ่อนลง เนื้อเป็นครีมอย่างรูปข้างล่าง
ตีประมาณ 2-3 นาที


4. เอาแป้งสาลีที่ตวงแล้ว มาผสมในเนย
ตีด้วยความเร็วต่ำประมาณ 3 นาที
แป้งจะจับตัวกับเนยเป็นก้อน จากนั้นเอาไปใส่ถาดอบ


5. ถาดที่เราจะใช้อบควรใช้ฟอยล์หุ้มให้หมดทั้งสี่ด้าน
ตามภาพข้างล่าง เพราะไม่งั้นตอนเอาออกจะเอาออกไม่ได้
เนื้อจะค่อนข้างนิ่มๆ ถ้าแซะก็เละค่ะ
เอาแป้งของข้อ 4 มากรุใส่ถาดให้ทั่วนะคะ
แป้งอันนี้กรุง่ายมากจริงๆ เนียนด้วย
เราใช้ไม้พายพลาสติกเกลี่ยๆก็เรียบแล้ว
พอเสร็จเอาเข้าเตา 175 องศาเซลเซียส ไฟบนล่าง
เตาเราอบได้ที่ตอนนาทีที่ 12 ค่ะ เวลาก็ขึ้นอยู่กับเตาแต่ละคนด้วย
ต้องเฝ้าสังเกตการณ์ อยู่ราวๆ 12-20 นาทีนี่แหละค่ะ


ระหว่างรอฐานสุกเรามาทำหน้าเลมอนกันดีกว่า
วิธีทำส่วนหน้า

1. คั้นน้ำเลมอนสดๆเอาเม็ดเอากากเอาเกรียนออกแล้ว
ก็เอาน้ำเลมอนใส่อ่างผสม ตามด้วยน้ำตาล
ใช้ตะกร้อมือคนได้ในช่วงนี้ค่ะ คนจนน้ำตาลละลายดีนะคะ
เราไม่ต้องการให้มันเป็นฟองฟ่อด อบมาแล้วจะไม่สวย


2. จากนั้นเอาแป้งสาลีใส่ตามลงไป คนให้เข้ากัน
 ให้แป้งละลายไม่เป็นเม็ด


3. ใส่ไข่ไก่คนแค่พอเข้ากัน
เราไม่ทำไข่เจียวฉะนั้นไม่ต้องตีแรงนะคะ
พยายามเบาๆแต่ให้เนียนค่ะ คนไปเรื่อยๆเบาๆ


4. เนียนแล้ว!!!


ประกอบร่าง

1. ตัวฐานคงจะสุกแล้วในเวลานี้ เอาออกจากเตา
บิดเพิ่มเวลาเตาอบไปอีกประมาณ 20 นาที
และลดอุณหภูมิมาเป็น 165 องศาเซลเซียส
เพราะเราจะต้องอบหน้าต่อ
สีฐานจะเหลืองๆนิดหน่อยกำลังดี
คือต้องจับตาเตาเราให้ดีเลยตอนอบ
ไม่งั้นไหม้นะ เสียดาย


2. ราดหน้าไปเลย ไม่ต้องใส่คะน้า เฮ้ย!คนละงาน
ราดหน้าเลมอน กลิ้งให้ทั่วนะคะ จากนั้นเข้าเตาเลย
อบไฟบนล่าง 165 องศาเซลเซียส
ระยะเวลาของเตาเราประมาณ 15 นาที
อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับเตาแต่ละคน อยู่ราวๆ 15 - 20 นาที


3. คอยดูขอบ ถ้าขอบสีน้ำตาลสุกๆแล้ว แล้วหน้าเริ่มเซ็ทตัว
ไม่เหลวก็เอาออกมาจากเตาได้เลยค่ะ
หน้าตาจะเป็นประมาณนี้
อย่าเพิ่งไปทำอะไรกับเขา ปล่อยไว้ซัก 10 นาที
จากนั้นเอาไปแช่เย็นซัก 20 นาที


4.แล้วค่อยมาเอาออกจากถาด แผ่ฟอยล์ออก
โรยไอซิ่งให้ทั่วแล้วตัดขนาดพอดีคำนะคะ


รับรองความอร่อย โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ชอบขนมหวานๆ แนะนำชิ้นนี้เลยค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2553

Milk Jelly with fruit salad: เต้าฮวยนมสดฟรุตสลัด

วันอาทิตย์ร้อนๆอย่างนี้ ไม่มีทีท่าว่าฝนจะตก
เรามาหาอะไรดับร้อนรับประทานให้ชื่นใจดีกว่า
อย่างเช่น เต้าฮวยนมสดฟรุตสลัดเป็นต้น
เป็นคนชอบของหวานที่ใส่นมสด
ไม่ว่าจะเป็น สาคูแคนตาลูปนมสด แปะก๊วยนมสด และอื่นๆ
แต่ไปซื้อข้างนอกก็ราคากับปริมาณที่ไม่สัมพัทธ์กันอย่างแรง
คือถ้วยเล็กๆ 20 บาท แพงไปป๊ะ
แพงไม่เท่าไหร่ รสชาติก็ไม่กลมกล่อมเล๊ยยยย เหมือนหนักใส่นมข้นไปซะเยอะ
So ทำกินเองดีกว่า ได้เยอะแถมง่ายด้วย

เต้าฮวยนมสดฟรุตสลัด


ส่วนผสม ทำครึ่งสูตรของคุณจุ๋ม แม่สลิ่มค่ะ
ได้ประมาณ 7 ถ้วยเล็ก ตามในรูปข้างบน

ส่วนผสม
เต้าฮวย
นมสดรสจืดตราเมจิ 1 ถ้วย
นมข้นจืด 1 ถ้วย
นมข้นหวาน 1/2 ถ้วย
น้ำเปล่า 1 ถ้วย
ผงวุ้น 1 ช้อนชา
เจลาตินผง 1 ช้อนชา
(ผงวุ้นคือที่อยู่ในซอง ส่วนเจลาตินคือขวดฝาเขียว ตามรูปบนค่ะ)

นมสดราดเต้าฮวย
นมสดรสจืด 1/2 ถ้วย
นมข้นจืด 1/2 ถ้วย
นมข้นหวาน 1/4 ถ้วย

ฟรุตสลัดคอกเทลกระป๋อง
เอาไว้ราดหน้าบนสุด

วิธีทำ

ต้องออกตัวว่าใส่ส่วนผสมสลับกันแต่ว่าผลที่ออกมาได้คือเหมือนกันนะคะ
จริงๆต้องใส่เจลาตินก่อนแล้วค่อยใส่ผงวุ้น แต่เราสลับกัน 55
แต่สูตรที่เขียนนี้อิงตามสูตรจริงๆแล้วกันนะคะ

1. เอาน้ำใส่ในหม้อขนาดกลางนะคะ
จากนั้นเอาเจลาตินผงใส่ในมือแล้วโรยบนผิวน้ำให้ทั่ว
อย่าไปโรยกระจุกกัน โรยเสร็จทิ้งไว้ซัก 5 นาที ให้เจลาตินอิ่มน้ำ


2. จากนั้นนำนมสดและนมข้นจืดมาใส่เพิ่ม คนให้เข้ากันดี โปรยผงวุ้นให้ทั่ว

3. จากนั้นตั้งไฟกลางค่อนข้างอ่อน คนไปเรื่อยๆ พอมีฟองเดือดเล็กน้อย
ให้ใส่นมข้นหวาน คนให้เข้ากัน และเพิ่มไฟเป็นไฟกลาง คนเป็นระยะ
ใช้ช้อนตักดูว่าผงวุ้นละลายดีแล้วหรือไม่ ถ้ายังก็ต้องรอก่อน
ระหว่างนี้ต้องคนไปด้วยมิฉะนั้นตรงก้นจะไหม้นะคะ
พอเดือดฟองฟ่อดๆ ยกลงจากเตา



4. หาภาชนะมาใส่ ก่อนตวงใส่หาผ้าขาวบางหรือกระชอนตาถี่เพื่อเอาฟองออกให้หมด
และเผื่อกรองเอาเศษที่อยู่ในเต้าฮวยออกด้วย
จากนั้นทิ้งไว้ข้างนอกให้หายร้อน ค่อยเอาแช่ตู้เย็น ประมาณ 2 ชั่วโมง

7. ระหว่างรอ ทำน้ำราดด้วยการนำนมสด นมข้นจืดและนมข้นหวานใส่หม้อตั้งไฟอ่อน
เคี่ยวให้เดือดเล็กน้อย จากนั้นนำไปแช่เย็น

6. เต้าฮวยจะเซ็ทตัว เด๋งดึ๋งอย่างนี้


7. จากนั้นเอาส่วนผสมนมสดมาราด


8. ตามด้วยฟรุตสลัด เอาน้ำออกก่อนนะคะ เอาแต่เนื้อผลไม้


กินแบบเย็นๆสดชื่นจริงๆ
:)

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมาฝากค่ะ
เพื่อนๆอาจจะสงสัยว่า
ทำไมใช้ทั้งผงวุ้นกับเจลาตินผง
ใช้อย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้หรอ?

คือ จริงๆแล้วผงวุ้นกับเจลาตินผงนี่ต่างกันนะคะ
ผงวุ้น ส่วนใหญ่เราจะเอามาทำวุ้นกรอบ วุ้นต่างๆ ที่ผิวสัมผัสมีลักษณะแข็ง
ส่วนเจลาตินผง ส่วนใหญ่เราเอามาทำพวกมูส ชีสเค้ก ปันนาค็อตต้า etc.
ซึ่ง ผิวสัมผัสจะเด้งๆ ยืดหยุ่นได้
แต่ทั้ง 2 ก็มีหน้าที่คือทำให้ของแข็งกลายเป็นของแข็งได้เหมือนกัน
แต่ถ้าเราใช้ผงวุ้นแล้วมันจะไม่กลับเป็นของเหลวได้อีก ไม่เหมือนเจลาตินผงนะคะ
ที่เอาออกมาเจอความร้อนแล้วละลายได้อีก
ส่วนส่วนผสมของทั้ง 2 ผงวุ้นทำจากสาหร่าย (ในเกม Restaurant city ก็มีควิซนี้ 55)
ส่วนเจลาตินผงทำมาจากไขมันสัตว์ (พวกกีบหรืออุ้งเท้าของหมูหรือวัว)

ถ้ามีเวลาจะมาอธิบายต่อเรื่องนี้นะคะ
สำหรับวันนี้ลาเท่านี้ก่อนค่ะ
เตรียมตัวกลับสู่โลกแห่งความจริงในวันพรุ่งนี้ ฮืออออออ :'(





วันเสาร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2553

Mini polka dot orange rolls: มินิโรลส้มลายจุด

ไม่น่าเชื่อ long weekend นี่ผ่านไปไว๊ไว
หยุด 4 วัน แต่ตอนนี้เหลือวันเดียวแล้ว ><
จริงๆก็ทำอาหารเกือบทุกวันแต่ไม่ได้เอามาโพสท์เลย เพราะยุ่งๆค่ะ
มีวันนี้ที่พอจะชิลล์ๆ ทำขนมชิ้นเล็กๆไว้จิบกับชายามบ่าย
แต่เพิ่มลูกเล่นๆเล็กๆด้วยการทำลายจุด ไอเดียจากคุณKate

Mini Polka Dot Orange Rolls
ขนาด 11x11"


ส่วนผสม

1. ส่วนที่ทำลายจุด (Polka Dot)
ไข่ขาว 15 กรัม
ไอซิ่ง 15 กรัม
แป้งสาลี 15 กรัม
เนยจืดทิ้งไว้อุณหภูมิห้อง 15 กรัม
สีผสมอาหาร


2. ส่วนของตัวเค้ก
แป้งเค้ก 62 กรัม
 ผงฟู 1 ช้อนชา
ไข่แดง 2 ฟอง
น้ำตาลทรายแบบละลายเร็ว 30 กรัม
น้ำส้มคั้น 47 กรัม
น้ำมันพืช 30 กรัม

ไข่ขาว 2 ฟอง
ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/4 ช้อนชา
น้ำตาลทรายแบบละลายเร็ว 20 กรัม

3.ส่วนแยมส้ม
แยมรสส้มประมาณ 6 ช้อนโต๊ะ
(ใช้ฟิลลิ่งรสส้มของเบสท์ฟู๊ด)


วิธีทำลายจุดๆๆๆๆ

1. ทิ้งเนยไว้ที่อุณหภูมิห้องให้อ่อนตัวนะคะ จากนั้นก็เอาไอซิ่งใส่ในถ้วย
ตามด้วยเนยที่นิมแล้ว ตีให้ไอซิ่งละลายและขึ้นฟูแบบในรูป
และใส่ไข่ขาวลงไป คนให้เข้ากัน และใส่แป้งตามลงไปคนให้เข้ากันอีกครั้ง


2. ผสมทุกอย่างเข้าเรียบร้อยให้หยดสีตามใจชอบค่ะ
ให้หยดสีเข้มๆหน่อย จุดจะได้โดดเด่น
ครั้งแรกเราผสมอ่อนไป มองไม่ค่อยเห็น


3. ของเราเป็นสี Salmon แต่อ่อนไปนะ อบออกมา เกือบกลมกลืนกับตัวเค้ก
เอาส่วนผสมที่ได้เป็นสีใส่ถุงบีบ ก่อนจะบีบ
ต้องเตรียมถาด เราใช้ 11x11 นิ้ว
เอาน้ำมันมาทาบางๆที่ถาดแล้วค่อยปูกระดาษไข
เวลาปูกระดาษไขควรทำให้เรียบนะคะ มิฉะนั้นเนื้อเค้กจะเป็นคลื่นๆไม่สวยงาม
ให้บีบเป็นแนวฟันปลานะคะ สลับไปเรื่อยๆ จะสวยกว่าเรียงเท่ากัน
บีบเสร็จเอาถาดแช่ช่องฟรีซประมาณครึ่งชั่วโมงหรือนานกว่านั้น
ให้จุดแข็งตัว เพราะเราต้องราดตัวเค้กทับ
ถ้าไม่แข็ง จุดจะเปื้อนนะคะ


วิธีทำตัวเค้กโรลรสส้ม

1. ระหว่างที่รอ Polka dot แช่เย็นก็มาเตรียมตัวเค้กนะคะ
ร่อนแป้ง ผงฟูเข้าด้วยกัน 2 ครั้งเพื่อเนื้อที่ฟูและเบาค่ะ

2. หาแก้วใบเล็กมาใส่น้ำส้มคั้น น้ำมันพืช ไข่แดงและน้ำตาลที่ตวงแล้ว
คนให้เข้ากัน

3. วอร์มเตาเลยค่ะ ที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ไฟบนล่าง

 4. เอาแป้งกับผงฟูที่ร่อนแล้วใส่อ่างผสมใบใหญ่ ทำเป็นหลุมตรงกลาง
จากนั้นเอาแก้วใบเล็กจากข้อ 2 มาเทใส่ตรงกลางหลุม


5. คนให้เข้ากันด้วยตะกร้อมืออย่างเร็วๆและแรงๆ ใช้พลังลมปราณที่มีให้หมดตัว
ช้าไป เค้กจะเหนียว


6. เอาไข่ขาวใส่อ่างผสมใบเล็ก ตามด้วยครีมออฟทาร์ทาร์
ตีด้วยความเร็วสูง จนฟองหยาบ ให้ใส่น้ำตาลทรายลงไป
ตีจนตั้งยอดแข็ง ใช้เวลาประมาณ 1นาที
จากนั้นปรับเป็ความเร็วต่ำเพื่อตัดฟองอากาศ ตีนาน 1 นาที
วิธีดูว่าตั้งยอดแข็ง ลองเอาชามคว่ำ ไข่ขาวจะไม่ตกลงมา


7. แบ่งไข่ขาวเป็น 2 ส่วน ตะล่อมใส่ในส่วนไข่แดง
ทำอย่างเบามือและให้เข้ากัน ไม่งั้นเนื้อเค้กที่ได้จะมีนิดเดียว 


8. ตะล่อมเสร็จ เทใส่ถาดที่ทำ Polka dot ไว้


9. กระแทกถาดเบาๆเพื่อไล่อากาศ
เอาเข้าเตาอบ 180 องศาเซลเซียส ไฟบนล่าง
เราเอาฟอยล์คลุมถาดไว้ 8 นาที ส่วน 4 นาทีหลังเอาออก
กลัวหน้าไหม้
เพราะตามสูตรจริงๆเขาให้ใช้ไฟล่างอย่างเดียว แล้วค่อยปรับเป็นบนล่าง
แต่เตาไม่ค่อยเวิร์คสำหรับไฟล่างอย่างเดียว

10. พออบเสร็จ ทิ้งไว้ 2-3 นาที
ค่อยแซะเค้กและเอาออกจากถาดโดยคว่ำหน้าลงบนตะแกรง
ลอกกระดาษไขออก


10. เนื่องจากเมนูวันนี้เป็นแบบมินิโรลเลยม้วนไม่ยากนัก
คว่ำหน้าเค้กลงบนกระดาษไขที่ใหญ่กว่าตัวเค้ก
แล้วเอาแยมส้มปาดให้ทั่วอย่างในรูป


11. ตัดเป็นแนวยาวให้เท่ากันอย่างนี้เพื่อที่จะเอาไปม้วนต่อ
เสร็จอล้วก็ม้วนจากใกล้ตัวไปไกลตัวเลยค่ะ
ง่ายมาก


12. Tadaaa!
เสียดายทำสีอ่อนไป จุดเลยไม่ชัด
แต่เค้กอร่อยมากสูตรนี้เปรี้ยวๆหวานๆ


ถาดนี้ทำใหม่อีกรอบเพราะทำแป๊ปเดียวถาดข้างบนหมดซะแล้ว
แต่เปลี่ยนสีจุดให้เข้มขึ้นและก็เปลี่ยนไส้เป็นบัตเตอร์ครีมแทนค่ะ
พอดีเหลือจากวันก่อนที่ทำเค้กใบเตย
มีแทรกรูปแพนด้าหมายักษ์ด้วย ฮี่ๆๆๆ







วันอังคารที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2553

Spicy Bacon Spaghetti สปาเก็ตตี้เบคอนกร๊อบกรอบเผ็ดจัดจ้าน

ช่วงนี้ขอเบรกของหวานๆไว้สักครู่
เพราะรู้สึกจะอยากแต่อาหารคาวๆ
วันนี้ก็ขอเสนอเมนูที่ทำมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
เพราะมันง่าย เร็วและที่สำคัญ "แซ่บ"
เผื่อเพื่อนๆอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศจากมาม่าต้มยำกุ้ง 555
วันนี้ขอเสนอสปาเก็ตตี้สไปซี่เบคอน
ซึ่งจะไม่หมกเม็ดเคล็ดลับเลย
คือเป็นคนไม่หวงความรู้นะ แต่ก็ไม่เก่งเลิศเลอ แต่รู้สึกว่าอะไรที่ดีๆก็อยากบอกต่อให้คนอื่นรู้
เรามักจะหงุดหงิด เวลาที่เราถาม แล้วได้คำตอบว่า "ความลับ" หรือ "บอกไม่ได้หรอก"
บอกไม่ได้ หรือ ไม่อยากบอก คือมันง่ายๆนะ ก็แค่บอก บอกแล้วเธอจะโดนเก็บแบบในหนังหรอ?
กะอีแค่สูตรอาหารน่ะ อันนี้ก็พูดเชิงขำๆไป ไม่ได้ซีเรียสอะไร เข้าใจมนุษย์ไม่เหมือนกัน
แล้วก็มีเพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่ติดตามบล็อกของอีฟ ก็ต้องขอบคุณมากๆเลยนะคะ
จะคอยอัพเดทเรื่อยๆ และก็ไม่ต้องเป็นห่วงว่าสูตรที่เสนอในบล็อกจะใช้ได้มั้ย
ขอคอนเฟิร์มว่าใช้ได้จริงทุกอัน เพราะถ้าทำแล้วแย่
ไม่เอามาให้เพื่อนที่อยากลองทำ ต้องเสียเวลาค่ะ ถ้าลองอ่านอย่างละเอียดนะคะ
เอาล่ะ ต้องเกรินก่อนว่ารูปไม่เยอะนะคะ เพราะใช้เวลาเร็วมาก
เรามาเตรียมส่วนผสมสำหรับ

"Spicy Bacon Spaghetti "
สูตรปรับปรุงเอง :)


ส่วนผสม

เบคอน 6 เส้น
เส้นสปาเก็ตตี้ 1 กำมือ (กะเอาเลยค่ะ)
น้ำมันมะกอก
กระเทียมปอกเปลือก 3 กลีบ
พริกแห้ง (ดิฉันใส่ 7 เม็ดสวยๆ) ใครไม่ทานเผ็ดก็ 2-3 เม็ดกำลังดี
เกลือ
พริกไทยดำบด
ผงคนอร์รสหมู (ประมาณ 2 ช้อนชา)

ก่อนอื่น คงมีหลายๆคนที่ชื่นชอบเบคอนกรอบๆกร๊วบๆเป็นพิเศษ
วันนี้เรามีเคล็ดลับจะมาบอก
ปกติเบคอนบางคนก็เอาไปทอดให้กรอบใช่มั้ยคะ แต่ลืมกระทะไปก่อน
เราทำง่ายกว่านั้นค่ะ เพียงแค่ใช้ "เตาไมโครเวฟ"

1. เตรียมกระดาษทิชชู่ซับน้ำมันรองบนจาน
จากนั้นเรียงเบคอนบนกระดาษประมาณ 3 เส้นที่หั่นครึ่งแล้ว
คือเส้นเบคอนมันจะยาวๆก็เอามาหั่นครึ่งก่อน
เอาเข้าเตา อบไฟแรง 3 นาที ไม่ต้องต้ม เฮ้ย! ไม่ใช่มาม่า
เสียงมันก็จะดังโป๊ะแป๊ะๆๆๆๆ น้ำมันพุ่งในเตาแต่ไม่ต้องวอรี่
คือความร้อนมันรีดน้ำมันออกน่ะ กรอบดีนักแล
ถ้ายังไม่กรอบหนำใจ ก็เอาเข้าไปอีก 1นาที
เปลี่ยนทิชชู่ต่อครั้งด้วยเด้อ

BEFORE


AFTER


2. ต้มเส้นสปาเก็ตตี้ ความนานตามที่ระบุข้างกล่อง
ได้ที่แล้วสะเด็ดน้ำพักไว้ คลุกด้วยน้ำมันมะกอกเล็กน้อย ไม่ให้เส้นแข็ง

3. ตั้งกระทะไฟกลางค่อนอ่อน ใส่น้ำมันมะกอกประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะก็พอ
ใส่กระเทียมตามลงไป ผัดๆให้มีกลิ่นกระเทียมจากนั้นใส่พริกแห้ง
เพื่อให้มีรสเผ็ดในตัวน้ำมัน

4. เราชอบเบคอนแบบนุ่มๆด้วยก็ถ้าเหลือไว้ทำส่วนนี้ก็เอาเบคอนลงไปผัดให้หอมฉุย

5. เบาไฟเป็นไฟอ่อน ใส่เส้นลงไป ถ้าน้ำมันเหลือน้อยก็ใส่เพิ่มไป
ตามด้วยเครื่อง เกลือ ผงคนอร์ พริกไทย ผัดให้เข้ากัน ชิมดูว่าหมู่หรือจ่า
จากนั้นยกลงจากเตา
เสิร์ฟร้อนๆ พร้อมพาร์เมซานขูดก็ดีค่ะ

เห็นมั้ยว่าทำง่ายจริงอะไรจริง วันไหนหิวกลางดึก เบื่อมาม่าก็ลองมาทำเมนูนี้ดู
รีบรองไม่ทำให้คุณผิดหวัง!!!

วันอาทิตย์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2553

Pumpkin and taro dumplings in coconut milk บัวลอยสองสหาย

จากตอนเดิมที่ทำขนมไดฟูกุไป
แป้งข้าวเหนียวยังพอมีเหลืออยู่
ประกอบกับที่บ้านมีฟักทองนึ่งอยู่เยอะมาก
เลยเกิดไอเดียเอามาแปรสภาพเป็นขนมอร่อยๆด้วยของ leftover
จากในบ้านนี่แหละ ประหยัดดี เป็นของมีประโยชน์และก็ natural สุดๆ
ประกอบร่างกันเป็นบัวลอยฟักทองและเผือกน้ำกะทิ
ทำออกมาได้หม้อใหญ่ เอาไปแบ่งคนทั้งหมู่บ้านได้เลย
หรือจะทำไปทำบุญก็ได้ ได้บุญด้วยค่ะ


บัวลอยสองสหาย
ส่วนผสม
1. บัวลอยฟักทอง
ฟักทองนึ่งสุก/ต้ม 200 กรัม
แป้งข้าวเหนียว 200 กรัม
น้ำ 1/2 ถ้วย

2.บัวลอยเผือก
เผือกนึ่งสุก/ต้ม 200 กรัม
แป้งข้าวเหนียว 200 กรัม
น้ำ 3/4 ถ้วย

น้ำกะทิ
ส่วนผสม
กะทิกล่อง 1 กิโลกรัม
น้ำเปล่าสะอาด 2 ถ้วย
น้ำตาลปี๊ป 200 กรัม
น้ำตาลทราย 60 กรัม
เกลือ 2 ช้อนชา
ใบเตย 5 ใบ

วิธีทำ
1. นึ่งหรือต้มฟักทองและเผือกให้สุก
เราใช้วิธีนึ่งนะคะ
ก่อนอื่นก็ล้างให้สะอาด ปอกเปลือก หั่นเป็นชิ้นเหมื่อนหั่นแอปเปิ้ลน่ะ
ไม่ต้องหนามาก ไม่งั้นจะใช้เวลานาน
นึ่งประมาณ 10 - 15 นาที ใช้ส้อมจิ้มดูถ้านิ่มแล้วก็ปิดไฟ
ส่วนคนที่อยากต้มก็ทำเหมือนกันแต่เอาไปต้มในน้ำเดือด ประมาณ 10 นาทีก็สุก

2. ทิ้งไว้ให้หายร้อนซักพัก ก็นำมาบดให้ละเอียด
จะเอาไปตำ ไปปั่นก็ได้ค่ะ ความละเอียดก็ขึ้นอยู่กับเรา
ถ้าใครชอบเนื้อเนียน็ต้องบดละเอียดเลย
แต่บางคนชอบกรุบๆ มีเนื้อมาด้วยก็ไม่ต้องละเอียดมาก

ฟักทองจะมีความฉ่ำอยู่ ฉะนั้นบดง่ายค่ะ เนื้อเหนียวนิดหน่อย


ส่วนเผือกเนื้อจะร่วนๆ


3. จากนั้นเอาเนื้อฟักทอง กับ เผือกแยกกันไว้อย่างละอ่าง
เอาฟักทอง/เผือกผสมกับแป้งข้าวเหนียวร่อนแล้ว นวดๆให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว
และค่อยๆรินน้ำใส่ นวดให้เข้ากันจนเนียน
แทบไม่ต้องใส่สีผสมอาหารเลย เหลืองธรรมชาติมาก



แป้งฟักทองที่นวดเสร็จแล้ว


แป้งเผือกที่นวดเสร็จแล้ว


4. จากนั้นก็เอาไปปั้นเป็นเม็ดกลมๆ ขนาดเท่าๆกันนะคะ
แต่เราก็ไม่ได้มาตรฐานเหมือนกันทุกอันหรอก ฮิๆ


ต่อมามาทำน้ำกะทิกันค่ะ

1. เอาส่วนผสมทุกอย่างของน้ำกะทิ  มัดใบเตยใส่ลงไปเพื่อให้มีกลิ่นหอม
ตั้งไฟอ่อนๆเคี่ยวให้น้ำตาลปี๊ปละลาย จนเดือด ปิดไฟ พักไว้


เรากลับมาดูที่การต้มเม็ดบัวลอยนะคะ
1. เอาน้ำสะอาดใส่หม้อประมาณเกือบครึ่งหม้อใหญ่
ต้มด้วยไฟปานกลางจนเดือด แล้วจากนั้นใส่เม็ดบัวลอยลงไป
ลูกไหนที่สุกแล้วมันจะลอยขึ้นมา
ให้ใช้ตะแกรงช้อนขึ้นมา ให้สะเด็ดน้ำ
จากนั้นเอาไปหย่อนในน้ำเย็น ตักให้สะเด็ดน้ำอีกครั้ง


2. เอาเม็ดบัวลอยที่สุกแล้วใส่น้ำกะทิ ถ้าใครลองมีออพชั่นใส่ไข่หวานก็ตอกไข่ใส่ลงไป
ตั้งไฟด้วยไฟอ่อน ไม่ต้องคนนะคะ ปล่อยให้ไข่สุกแล้วตักขึ้นมารับประทาน
หวาน มัน อร่อย หนึบๆ




วันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2553

Spaghetti alle vongole: สปาเก็ตตี้หอยลาย

วันนี้เปลี่ยนมาเป็นเมนูของคาวบ้าง
หวานทุกวันมันคงจะเลี่ยนเนอะ
เหมือนอยู่กับแฟนต้องหวานบ้างทะเลาะกันบ้าง ให้ชีวิตมีรสชาติ 555
เมนูวันนี้ก็เบาๆค่ะ เหมาะกับดินเนอร์จานหลักสวยๆ
"สปาเก็ตตี้ผัดหอยลาย"
หรือภาษาอิตาเลียน เรียกว่า Spaghetti alle vongole (สปาเก็ตติ อัลเล วองโกเล่)
Vongole (วองโกเล่) ก็คือ หอยตลับนั่นเอง
แต่เราก็เรียกกันมาติดปากว่าหอยลายมากกว่า

Spaghetti alle vongole (2 persone)
สปาเก็ตตี้หอยลาย (สำหรับ 2 จาน)
ส่วนผสม

เส้นสปาเก็ตตี้ 150 กรัม
ใบพาร์สลี่ย์สับหยาบๆ 3 ต้น
หอยตลับ 500 กรัม
เนื้อมะเขือเทศเชอร์รี่บด 1/2 ถ้วย
น้ำมันมะกอก
กระเทียมปอกเปลือก 3 กลีบ
พริกแห้ง 2 เม็ด
พริกไทยดำบด
เกลือ
น้ำซุป 3 ช้อนโต๊ะ


วิธีทำ
1. ต้มเส้นสปาเก็ตตี้ให้ Al dente (หนึบๆ)
โดยต้มน้ำให้เดือด พอเดือดปุดๆ ใส่เกลือไปหยิบมือหนึ่งเพื่อให้น้ำรักษาอุณหภูมิ
และใส่น้ำมันมะกอกไปเล็กน้อย เพื่อไม่ให้เส้นติดกัน
ตามซองจะมีเขียนบอกว่าเส้นแต่ละชนิดสุกที่นาทีที่เท่าไหร่ค่ะ
อย่างสปาเก็ตตี้จะอยู่ราวๆ 12 นาที

2. ล้างหอยด้วยน้ำเกลือ เอาเศษดินออกให้หมด
จากนั้นรินน้ำออกให้หมด ฝาหอยจะยังไม่เปิด ต้องเอาใส่หม้อ
ตั้งไฟกลางๆ ปิดฝา อบหอยเพื่อให้หอยเปิดฝาค่ะ


พอหอยสุกก็เปิดฝาเช่นนี้


3. เมื่อเส้นสปาเก็ตตี้ Al dente แล้ว รินน้ำออก คลุกเส้นด้วยน้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ

4. ตั้งกระทะไฟอ่อน ใส่น้ำมันมะกอก (ในรูปเยอะไป) ใส่ซัก 4 ช้อนโต๊ะ
จากนั้นใส่กระเทียมปอกเปลือก พริกแห้ง
ให้น้ำมันเดือด


5. พอน้ำมันเดือดใส่หอยลงไปผัด


6. จากนั้นใส่ใบพาร์สลี่ย์ลงไปผัดกับหอยให้หอม
ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย ลองชิมนะคะ ใส่น้ำซุปลงไป 2 - 3 ช้อนโต๊ะ
จากนั้นก็ใส่เนื้อมะเขือเทศบดผัดให้เข้ากัน รสชาติจะเปรี้ยวนิด เค็มๆ อร่อย


7. .ใส่เส้นสปาเก็ตตี้ลงไปคลุกให้เข้ากัน รีบปิดไฟ ยกลงจากเตา
เสิร์ฟร้อนๆ เห็นมั้ยว่าเป็นจานที่อิ่มอร่อยและทำได้ไม่ยากเลยค่ะ